บล.พาย:
BBL: Bangkok Bank PCL
กำไรสุทธิปี 2026 ลดลง แต่เงินปันผลเท่าเดิม
คงคำแนะนำ “ถือ” ด้วยมูลค่าพื้นฐาน 174.00 บาท ประเมินด้วยวิธี GGM (ROE 7.3%, Terminal growth 2%) อิงกับ 0.56x PBV’26E ผลการดำเนินงานใน 1Q26 กำไรออกมาตามคาดที่ 11 พันล้านบาท (-13%YoY, +42% QoQ) และ NPL ratio เพิ่มขึ้นเป็น 3.1% แนวโน้มในปี 2026 ความท้าทายทางเศรษฐกิจสูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันการเติบโต และอาจกระทบต่อคุณภาพสินเชื่ออ่อนแอลง เราคาดกำไรสุทธิในปี 2026 จะปรับลดลง 7% YoY กดดันจาก NIM ลดลง ส่งผล ROE ปรับลดลงต่อเนื่องที่ 7.3% อย่างไรก็ดี มองว่า BBL จะสามารถจ่ายเงินปันผลที่ 10 บาท เท่ากับในปี 2025 เพราะฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 6% ทั้งนี้ BBL จ่ายเงินปันผลใน 2H25 ที่ 8บาท (XD 22 เม.ย. และจ่ายปันผล 8 พ.ค.)
กำไรสุทธิใน 1Q26 ลดลง YoY และฟื้นตัว QoQ
- กำไรสุทธิออกมาตามคาดที่ 11 พันล้านบาท (-13% YoY, +42% QoQ) กำไรปรับลดลง YoY เนื่องจาก 1) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิอ่อนแอ 2) รายได้ค่าธรรมเนียมลดลง และ 3) กำไรจากการขายเงินลงทุนลดลงขณะที่กำไรเติบโต QoQ เพราะ 1) รายได้เงินปันผลสูงขึ้น 2) กำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) สูงขึ้น และ 3) ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานลดลง
- ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ลดลงที่ 2.5% (-39bps YoY, -16 bps QoQ) เนื่องจากอัตราผลตอบแทนสินเชื่อ (loan yield) ลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
- สินเชื่อเพิ่มขึ้น 2% QoQ จากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ขยายตัว
- หนี้เสียเพิ่มขึ้น NPL ratio เพิ่มขึ้นเป็น 3.1% อยู่ในระดับที่บริหาร จัดการได้ และ Coverage ratio เพิ่มเป็น 324% เป็นระดับแข็งแกร่งและสูงสุดในกลุ่มธนาคาร โดย Credit cost เพิ่มเป็น 137 bps (+3bps QoQ, +36 bps YoY)
- Cost to income ratio ลดลงที่ 44.7% หนุนจากค่าใช้จ่ายการดำเนินงานลดลง
แนวโน้มกำไรปี 2026 ชะลอตัวจาก NIM ลดลง
- ความท้าทายทางเศรษฐกิจสูงขึ้นกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การผ่อนคลายนโยบายการเงินในประเทศทำให้อัตราดอกเบี้ยลดลง และกดดัน NIM ลดลง เราคาดว่ากำไรสุทธิในปี 2026 จะลดลง 7% เพราะรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง และกำไรจากการขายเงินลงทุนลดลง
- ด้วยผลการดำเนินงานที่ลดลง คาด ROE จะปรับลดลงที่ 7.3% ในปี 226 อย่างไรก็ดี มองว่าธนาคารสามารถจ่ายเงินปันผลในปี 2026 ที่ 10 บาท เท่ากับในปี 2025 เพราะระดับเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะเป็นปัจจัยช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาหุ้นที่อาจถูกกดดันจากผลการดำเนินงานที่อ่อนแอ และความท้าทายสูงขึ้นทางเศรษฐกิจ







