บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
SCG DECOR (SCGD TB)
Margins supported 2Q26 core profit
-
ค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวส่งผลให้ 2Q26 ขาดทุนสุทธิ ขณะที่ GPM ที่ทำสถิติสูงสุดช่วยหนุนกำไรจากการดำเนินงานปกติ จากผลปรับขึ้นราคาขาย
-
การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนแห่งใหม่กับ Axent ช่วยขยายธุรกิจสู่ตลาดสุขภัณฑ์อัจฉริยะ (Smart Toilet)
-
คงคำแนะนำ ถือ จาก upside ที่จำกัด โดยคาดผลประกอบการ 3Q26 จะชะลอลงจากอุปสงค์ในประเทศที่ยังอ่อนแอและปัจจัยฤดูกาล
รายการพิเศษกดดันผลประกอบการ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำสถิติสูงสุดช่วยหนุนกำไรปกติ
SCGD รายงานขาดทุนสุทธิ 2Q26 ที่ 281 ล้านบาท สอดคล้องกับประมาณการของเรา โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำจำนวน 550 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยการด้อยค่าของสินทรัพย์และสินค้าคงเหลือ รวมถึงการตัดจำหน่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงการรวมสายการผลิตกระเบื้องเซรามิกและกระเบื้องพอร์ซเลนเคลือบในประเทศไทย (Plant Consolidation) หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว กำไรจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 269 ล้านบาท (+9% q-q, -5% y-y) โดยได้รับแรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ทำสถิติสูงสุด อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวเป็น 29.8% ใน 2Q26 จาก 26.4% ใน 1Q26 และ 28.3% ใน 2Q25 โดยมีปัจจัยหลักจากการปรับขึ้นราคาขาย ซึ่งชดเชยต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากความผันผวนของราคาพลังงานได้มากกว่า รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง
อุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอกดดันยอดขาย
ยอดขาย 2Q26 ลดลงมาอยู่ที่ 5.4 พันล้านบาท (-3% q-q, -7% y-y) โดยมีสาเหตุหลักจากอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ ซึ่งทำให้ยอดขายในประเทศลดลง 10% q-q และ 9% y-y จากกำลังซื้อที่ซบเซา อย่างไรก็ตาม ยอดขายในภูมิภาคเมื่อคิดเป็นสกุลเงินท้องถิ่นยังคงแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตที่ดีในเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ขณะที่สัดส่วน SG&A ต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 26.4% ใน 2Q26 จาก 21.5% ใน 1Q26 และ 21.9% ใน 2Q25 โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงการ Plant Consolidation
ร่วมทุนแห่งใหม่เพื่อขยายสู่ธุรกิจสุขภัณฑ์อัจฉริยะ
SCGD เปิดเผยว่าบริษัทย่อย SSW ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ Axent Switzerland AG (Axent) โดยถือหุ้นในสัดส่วน 51% และ 49% ตามลำดับ เพื่อผลิตและประกอบสุขภัณฑ์อัจฉริยะ (Smart Toilet) ในประเทศไทย โดยคาดว่าจะเริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายในเดือนเม.ย. 2027 ด้วยเงินลงทุนรวมประมาณ 80 ล้านบาท การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นการขยายธุรกิจของ SCGD สู่ตลาดสุขภัณฑ์อัจฉริยะ ผ่านการผสานความเชี่ยวชาญของ Axent ซึ่งเป็นหนึ่งใน 5 แบรนด์สุขภัณฑ์อัจฉริยะชั้นนำของจีน กับความเชี่ยวชาญด้านการผลิตสุขภัณฑ์ของ SSW โดยบริษัทร่วมทุนแห่งนี้จะมีกำลังการผลิต 96,000 หน่วยต่อปี ช่วยขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ของ SCGD และมุ่งเจาะตลาดในประเทศไทยและภูมิภาค
คงคำแนะนำถือ แนวโน้ม 3Q26 อ่อนตัว
กำไรจากการดำเนินงานปกติ 1H26 คิดเป็น 55% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2026 ของเราที่ 943 ล้านบาท (-5% y-y) เราคาดกำไรจากการดำเนินงานปกติ 3Q26 จะลดลงทั้ง q-q และ y-y จากอุปสงค์ในประเทศที่ยังซบเซาและปัจจัยฤดูกาลในเวียดนาม อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ายอดขายในเวียดนามและฟิลิปปินส์จะยังเติบโต y-y จากอุปสงค์พื้นฐานที่แข็งแกร่ง เราคงราคาเป้าหมายที่ 5.20 บาท และคำแนะนำ ถือ เนื่องจาก upside จำกัด เรายังคงระมัดระวังต่อแนวโน้มยอดขายในประเทศและความผันผวนของราคาพลังงาน บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับ 1H26 ที่ 0.155 บาท/หุ้น (Dividend Yield 3%) โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 4 ส.ค. และจ่ายเงินปันผลวันที่ 19 ส.ค. 2026







