บล.ฟินันเซีย ไซรัส:

NSL FOODS (NSL TB)

2Q26 อาจสะดุดจากต้นทุน

  • คาดกำไร 1Q26 ยังโตได้ตามที่เคยคาดไว้ จากรายได้ทำนิวไฮ

  • 2Q26 อาจสะดุด หลังต้นทุนเริ่มขึ้น คาดหวังการพิจารณาปรับราคาสินค้าในระยะถัดไป

  • ปรับลดกำไรและราคาเป้าหมายเป็น 27 บาท

แนวโน้มกำไร 1Q26 น่าจะฟื้นตัวได้ดีอย่างที่เคยคาด

คาดกำไรสุทธิ 1Q26 อยู่ที่ 161 ลบ. (+13.7% q-q, -5.9% y-y) คาดรายได้รวมจะเติบโตตามเป้าหมายราว 13.4% y-y และ 9.5% q-q ทำนิวไฮที่ 1.93 พันลบ. หนุนโดยรายได้กลุ่ม Bakery ที่เติบโตได้ดี q-q, y-y ตามการฟื้นตัวของรายได้ 7-Eleven และสินค้าใหม่ได้รับการตอบรับดี ส่วนกลุ่ม Food Service น่าจะทรงตัวตามแนวโน้มลูกค้าร้านอาหาร และคาดรายได้ส่งออกจะลดลง q-q แต่ยังโต y-y คาดอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 19.1% ปรับขึ้นจาก 18.6% ใน 4Q25 แต่ยังต่ำกว่า 21.3% ใน 1Q25 ยังมาจากการแข่งขันที่สูง กอปรกับต้นทุนบางอย่างเริ่มขยับขึ้นในเดือน มี.ค.

ผลกระทบจากสงครามจะกดดันกำไร 2Q26

บริษัทเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งบรรจุภัณฑ์ (10-15% ของต้นทุน), พลังงาน (3.6% ของต้นทุน) และค่าขนส่ง (3.9% ของรายได้รวม) ขณะที่ยังไม่มีการปรับราคาขายทันที เราจึงคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงใน 2Q26 และอาจกดดันให้กำไรสุทธิลดลงทั้ง q-q และ y-y กรณีต้นทุนปรับขึ้นราว 10% จะกระทบกำไรราว 14.1% อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าบริษัทจะสามารถลดผลกระทบบางส่วน จากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย รวมถึงท้ายที่สุดอาจพิจารณาปรับปรุงราคาสินค้าให้เหมาะสมกับต้นทุนต่อไป

ปรับลดกำไรปี 2026 ลงเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น

จากแนวโน้มกำไรที่อาจสะดุดชั่วคราวใน 2Q26 เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 ลง 5.7% เป็น 617 ลบ. (+2.1% y-y) โดยปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นลงเป็น 18.6% (จากเดิม 19.1%) แต่ยังคาดรายได้รวมไว้ตามเดิมเป็น +11.5% y-y (vs. เป้าหมายของบริษัท +13-15% y-y) ทั้งนี้แนวโน้มกำไร 2H26 จะกลับมาฟื้นตัวได้เร็วแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าจะสามารถปรับขึ้นราคาได้เร็วหรือไม่ ขณะที่ภาพรวมต้นทุนน่าจะทยอยลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป จะช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นในระยะถัดไป กลับมาฟื้นตัวได้กว้างขึ้นอีกครั้ง

คงคำแนะนำ ซื้อ แต่ปรับเป้าลงเป็น 27 บาท

ปรับลดราคาเป้าหมายปี 2026 ลงเป็น 27 บาท โดยปรับลด Target PE เป็น 13x (-0.5 SD) จากเดิม 15x (ค่าเฉลี่ย 5 ปี) แม้คาดการณ์กำไรปีนี้จะเติบโตลดลง แต่มาจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก ขณะที่เรายังชอบจุดแข็ง จากสินค้าประเภทอาหารพร้อมทานกลุ่มแซนด์วิชและเบเกอรี่ยังเป็นที่นิยม กอปรกับบริษัทมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ 7-Eleven ซึ่งเป็นผู้นำตลาด CVS และมีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร (ฉบับปัจจุบันครบกำหนดปี 2031) ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดที่เพียง 10.6x 2026E PE และคาด dividend yield ราว 5% จึงยังแนะนำ ซื้อ

- Advertisement -