บล.กสิกรไทย:

กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม “เนื้อหอม” โครงการ EECiti จะเปิดประมูลในปี 70 โดยเฟสแรกครอบคลุมพื้นที่ 6,168 ไร่ และโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 7.2 หมื่นลบ. 

EECiti คืออะไร?

EECiti (โครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ) เป็นโครงการเมืองอัจฉริยะเรือธงภายใต้โครงการ EEC ของประเทศไทย ตั้งอยู่ใกล้สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา จังหวัดชลบุรี ครอบคลุมพื้นที่รวม 14,619 ไร่ โดยพัฒนาภายใต้รูปแบบ PPP เพื่อบูรณาการศูนย์ธุรกิจ นวัตกรรม ที่อยู่อาศัย สาธารณสุข และสถาบันการศึกษา เข้าไว้ในสภาพแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืน โครงการได้รับการออกแบบให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจและบริการทางการเงินระดับภูมิภาค โดยผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ การวางผังเมืองที่มุ่งเน้นคุณภาพชีวิต และโมเดลเศรษฐกิจ BCG เพื่อดึงดูดการลงทุน บุคลากรที่มีความสามารถ และอุตสาหกรรมมูลค่าสูง โครงการนี้มีเป้าหมายที่จะเป็นเมืองที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ และก้าวสู่การเป็นหนึ่งในเมืองอัจฉริยะและเมืองน่าอยู่ชั้นนำของโลก

EECiti กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง

The Nation รายงานว่า คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2569 โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ได้รายงานความคืบหน้าของโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ (EECiti) โดยระบุถึงความพร้อมของพื้นที่พัฒนา 6,168 ไร่ ซึ่งรวมถึงพื้นที่ส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษในระยะแรก และแผนการพัฒนาแลนด์มาร์กแห่งใหม่ ซึ่งประกอบด้วยศูนย์กีฬามาตรฐานสากล และศูนย์กลางความบันเทิงและการพักผ่อนระดับโลก โดยโครงการยังรวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค ในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) มูลค่า 7.2 หมื่นลบ. โดยมีสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EECO) และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นผู้ดำเนินการหลัก โครงการดังกล่าวได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีช่วงปลายปี 2565 และโครงการระยะแรกมีกำหนดดำเนินการในช่วงปี 2566-70

ประโยชน์ของโครงการยังต้องใช้เวลาในการพิสูจน์

เรามองว่า EECiti เป็นโครงการที่มีศักยภาพเชิงยุทธศาสตร์สูง แต่ความสำเร็จของโครงการจะขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพหลายด้าน เช่น การดำเนินโครงการ PPP ได้ตามกำหนดเวลา และการดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชน หากโครงการประสบความสำเร็จ EECiti จะยกระดับ EEC ให้กลายเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคด้านธุรกิจ การเงิน นวัตกรรม และบริการ ในระยะสั้น กลุ่มที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ ได้แก่ บริษัทรับเหมาก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค อสังหาริมทรัพย์ และนิคมอุตสาหกรรม ขณะที่ในระยะยาว โครงการจะสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจในวงกว้างผ่านการลงทุนที่เพิ่มขึ้น การสร้างงาน มูลค่าที่ดินที่สูงขึ้น และการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ความล่าช้าของโครงการ ต้นทุนที่บานปลาย และอุปสงค์ที่ต่ำคาด

เราคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม

โดยคาดว่ากระแสการลงทุนจากต่างประเทศจะยังคงไหลเข้าต่อเนื่องอีกหลายปี จากปัจจัยหนุนด้านความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และความแข็งแกร่งของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางระดับภูมิภาคของบางอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคของไทยยังมีความโดดเด่น ความคืบหน้าของโครงการ EECiti จะช่วยเพิ่มโอกาสและผลประโยชน์ให้แก่ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมชั้นนำภายใต้การวิเคราะห์ของเรา หากมีโอกาสเข้าร่วมในโครงการสำคัญดังกล่าว โดย AMATA และ WHA ยังคงเป็นหุ้นเด่นที่เราแนะนำในกลุ่มนี้ แม้ว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมา จะจำกัด upside ของหุ้นในอนาคตก็ตาม

- Advertisement -