บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Home Product Center (HMPRO.BK/HMPRO TB)*
แม้แนวโน้มยังไม่เด่น แต่ราคาหุ้นได้สะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว
Event
อัปเดตธุรกิจ ปรับประมาณการกำไร และ ราคาเป้าหมาย
Impact
แนวโน้มการใช้จ่ายในสองเดือนแรกของ 2Q69 ยังอ่อนแอ
จากการตรวจสอบข้อมูลเรากับบริษัทพบว่า SSSG เดือนเมษายนซึ่งเริ่มแสดงสัญญาณฟื้นตัว โดยห้างHomePro เติบโตเป็นบวกที่เลขต่ำหลักเดียวและห้าง Mega Home โตเป็นบวกที่เลขกลางหลักเดียว แต่เดือนพฤษภาคมได้อ่อนตัวลง โดยห้าง HomePro กลับมาติดลบที่เลขต่ำหลักเดียว ส่วนห้าง Mega Home ทรงตัว โดยที่แนวโน้มนี้สอดคล้องกับดัชนีการใช้จ่ายผู้บริโภคของไทย พ.ค. 69 ที่ 49.5 ซึ่งลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 และ เป็นจุดจ่ำสุดในรอบ 42 เดือน (Figure 1) แม้ว่า SSSG ใน 2Q69 จะดีขึ้นจาก 1Q69 ซึ่งอยู่ที่ -13% สำหรับห้าง HomePro และ -4% สำหรับห้าง Mega Home แต่เราเชื่อว่าการกลับมาเติบโตเชิงบวกแข็งแกร่งอีกยังน่าท้าทาย ขณะนี้ เราคาดว่า SSSG จะอยู่ใกล้ 0% หรือก็เป็นบวกเพียงเล็กน้อยที่เลขต่ำหลักเดียวเท่านั้น
คาดกำไร 2Q69F ลดลงทั้ง YoY และ QoQ
แม้ว่าความสามารถในการทำกำไรของ HMPRO ใน 2Q69F จะหนุนจาก i) สินค้าคงคลังที่มีต้นทุนต่ำ ii) การปรับเพิ่มราคาขายเฉลี่ย และ iii) การขยายสัดส่วนสินค้า House brand ต่อเนื่อง แต่ปัจจัยบวกดังกล่าวบางส่วนอาจถูกกลบจาก product mix ที่ไม่เป็นใจนัก (อาจมีสัดส่วนยอดขายค่อนไปทางเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงต้นฤดูร้อน ซึ่งช่วยกระตุ้นอุปสงค์สินค้าทำความเย็นที่คิดเป็นราว 10-15% ของยอดขาย) ความเป็นไปได้ในการจัดแคมเปญส่งเสริมการขายเพิ่มเติม ท่ามกลางกำลังซื้อผู้บริโภคที่ยังอ่อนแอ และรายได้ของเงินคืนจาก supplier ที่ลดลงตามยอดขาย ส่งผลให้ margin ขยายตัวได้จำกัดเทียบ YoY ปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้กำไร 2Q69F ลดลงเล็กน้อยทั้ง YoY และ QoQ
ยังคาดกำไร 2H69F จะเติบโต YoY
เรายังคงคาดว่า HMPRO จะทำกำไร 2H69F ให้เติบโต YoY ได้หนุนจากฐาน 2H68 ต่ำ เพราะฝนตกหนัก น้ำท่วมในภาคใต้ กรณีพิพาทชายแดน แต่อย่างไรก็ดี sentiment การใช้จ่ายยังฟื้นตัวจำกัดและแนวโน้มภาคอสังหาริมทรัพย์อ่อนแอต่อเนื่อง (รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ในบทวิเคราะห์กลุ่มอสังหาฯ ของ KGI เมื่อ 18 พ.ค. 69) ดังนั้น เราจึงปรับมุมมองให้ระมัดระวังมากขึ้น และปรับลดประมาณการกำไรปี 2569F-2570F ลง 3-5% สะท้อนจาก i) ปรับลดสมมติฐาน SSSG ปี 2569F ลงที่ -2.5% (จากเดิม -2%) และปี 2570F ที่ -0.5% (จากเดิม 0%) ii) ปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้น (gross margin) ปี 2569 ลง 10bps และ iii) คงสมมติฐานค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพื่อสะท้อนมุมมองที่ระมัดระวังถึงความเสี่ยงด้านต้นทุนที่อาจสูงขึ้น
Valuation & Action
เราขยับ valuation ไปใช้ราคาเป้าหมายใหม่สิ้น 1H70F ที่ 7.10 บาท (จากเดิม 7.00 บาท) อิงจาก PER ที่ 16.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของกลุ่มนี้ในตลาดโลก -0.5 S.D.) ถึงแม้ว่าแนวโน้มกำไรของ HMPRO จะดูไม่น่าสนใจเท่ากับ Dohome (DOHOME.BK/DOHOME TB)* (กำไร +11% YoY) และ Siam Global House (GLOBAL.BK/GLOBAL TB)* (กำไร +8% YoY) แต่เรามองว่าราคาหุ้น HMPRO มี downside จำกัด เพราะอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงน่าสนใจราว 6% (หุ้นอื่นในกลุ่มอยู่ราว 2-3%) ROE ที่สูงราว 20% (หุ้นอื่นในกลุ่มอยู่ราว 6-8%) อัตรากำไรสุทธิ (net margin) แข็งแกร่งราว 9% (หุ้นอื่นในกลุ่มราว 3-7%) และโครงการซื้อหุ้นคืน ขณะนี้ เรามองว่าราคาหุ้นปัจจุบันมี downside risk จำกัดจากที่ซื้อขาย PER ต่ำเพียง 13-14x ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” HMPRO
Risks
เศรษฐกิจชะลอตัวลง ขยายสาขาได้น้อยกว่าที่วางแผนเอาไว้ ราคาพืชผลอ่อนแอ ภัยธรรมชาติ สินค้าค้างสต๊อกเป็นจำนวนมาก







