บล.ฟินันเซีย ไซรัส:

KRUNG THAI BANK (KTB TB)

Resilient to economic headwinds in 2026

  • กำไร 1Q26 สูงกว่าคาด หนุนจาก Non-NII ที่แข็งแกร่ง ขณะที่ NII ลดลงแต่การเติบโตของสินเชื่อสูงกว่าคาด

  • คงประมาณการปี 2026–28 โดยคาดกำไร 2Q26 จะอ่อนตัว q-q จาก NII และ Non-NII ที่อ่อนลง

  • คงคำแนะนำเป็นซื้อ เป็นหุ้น Top Pick พร้อมราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 36.40 บาท

กำไร 1Q26 สูงกว่าคาดจาก Non-NII ที่ดีกว่าคาด

KTB รายงานกำไรสุทธิ 1Q26 แข็งแกร่งที่ 12.4 พัน ลบ. สูงกว่าประมาณการของเรา 28% และสูงกว่าตลาด 11% เพิ่มขึ้น 15.4% q-q และ 6.2% y-y (คิดเป็น 26% ของประมาณการปี 2026) PPOP เพิ่มเป็น 24.1 พัน ลบ. (+8.8% q-q) หนุนจาก Non-NII ที่เพิ่มขึ้นมาก (+28.5% q-q) จากกำไร FVTPL รายได้จากการซื้อขาย และรายได้จากเงินปันผลที่สูงขึ้น ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมดีขึ้นเช่นกัน NII ลดลงเป็น 23.4 พัน ลบ. (-6.9% q-q) โดย NIM อยู่ที่ 2.46% (-21bp q-q) จากผลตอบแทนสินเชื่อที่ลดลงซึ่งถูกชดเชยบางส่วนด้วยต้นทุนเงินทุนที่ลดลงมากกว่า สินเชื่อเติบโต 2.4% q-q นำโดยสินเชื่อภาครัฐและธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่ SME และรายย่อย (ไม่รวมสินเชื่อที่อยู่อาศัย) หดตัว เรายังคงประมาณการสินเชื่อทั้งปี โดยคาดว่าจะมีกการชำระคืนในช่วงถัดไป ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง ทำให้ Cost-to-income ratio อยู่ที่ 38.9% ต่ำกว่าประมาณการปี 2026 ของเราที่ 41.7% เนื่องจากเราคาดว่าค่าใช้จ่ายจะเร่งตัวขึ้น โดยเฉพาะใน 2H26

คุณภาพสินทรัพย์ควบคุมได้ดีต่อเนื่อง พร้อมกับการสำรองแบบระมัดระวัง

คุณภาพสินทรัพย์ยังเป็นไปตามคาด แม้ NPL รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.8% q-q (แต่ลดลง 1.4% y-y) แต่การเติบโตของสินเชื่อที่แข็งแกร่งทำให้สัดส่วน NPL ลดลงมาอยู่ที่ 3.37% (จาก 3.43% ณ สิ้นปี 2025) ขณะที่สินเชื่อ Stage 2 ลดลงมาอยู่ที่ 7.30% (จาก 7.65%) Credit cost อยู่ที่ 114bp เพิ่มขึ้นจาก 107bp ใน 4Q25 สอดคล้องกับคาดการณ์ จากการตั้งสำรองอย่างระมัดระวังภายใต้ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ รวมถึง management overlay ทำให้ระดับ Credit cost อยู่ที่ขอบบนของกรอบเป้าหมายปี 2026 ที่ 75–115bp และสูงกว่าประมาณการทั้งปีของเราที่ 90bp

คงประมาณการปี 2026-28; คาดกำไร 2Q26 อ่อนตัว

เราคงประมาณการกำไรปี 2026–28 โดยคาดกำไรสุทธิจะทรงตัวใกล้เคียงเดิม มี CAGR ระดับต่ำ จากฐานกำไรที่สูงในปี 2025 สอดคล้องกับแนวโน้มกลุ่มธนาคาร โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของการเติบโตสินเชื่อที่เร่งตัวมากขึ้น เราคาดกำไร 2Q26 จะอ่อนตัว q-q จาก NII ที่ยังลดลงต่อเนื่อง และ Non-NII ที่อ่อนตัวลง จากกำไร FVTPL ที่ลดลง รวมถึงรายได้จากการลงทุนและเงินปันผลที่ลดลง

คงคำแนะนำซื้อ และยังคงเลือก KTB เป็นหุ้น Top Pick ในกลุ่มธนาคาร

เราคงคำแนะนำซื้อ และยังคงเลือก KTB เป็นหุ้น Top Pick ในกลุ่มธนาคาร (ร่วมกับ BBL) โดยคงราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 36.40 บาท อิงวิธี GGM ที่ PBV 1.05x (LT-ROE 10.2%, COE 9.6%) พร้อมผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ยราว 6% ต่อปี

- Advertisement -