บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย):

PTT Public (PTT TB)

ผลตอบรับจากงาน Invest Thailand

เงินปันผลยังคงเป็นความสำคัญอันดับต้น

เราได้ต้อนรับคณะผู้บริหารของ ปตท. ในงานประชุม Maybank Invest Thailand ของเรา เรามองเห็นโอกาสที่ผลประกอบการของ ปตท. จะดีกว่าที่เราคาดการณ์ไว้เนื่องจากผลกระทบจากสงครามอิหร่าน ทั้งนี้ ผู้บริหารเน้นย้ำว่าความมั่นคงทางพลังงาน การปรับโครงสร้างสินทรัพย์และผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น คือสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญสูงสุด โดยผู้บริหารคาดว่าเงินปันผลต่อหุ้น (ซึ่งอยู่ที่ 2.10 บาทต่อหุ้นในปี 2568) จะยังคงอยู่ในระดับปัจจุบันต่อไปในอนาคตอันใกล้

ความมั่นคงทางพลังงานไม่ใช่ประเด็นน่ากังวล

PTT ระบุว่าประเทศไทยน่าจะสามารถจัดหาปริมาณน้ำมันดิบและก๊าซได้เพียงพอเกินความต้องการ ขณะนี้ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันดิบเพียงพอต่อความต้องการจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม และกำลังจัดหาเพิ่มเพื่อรองรับความต้องการในเดือนมิถุนายน ในความเป็นจริงความกังวลสำคัญในตอนนี้คือคลังเก็บผลิตภัณฑ์น้ำมันอาจจะล้น เนื่องจากรัฐบาลได้ประกาศห้ามส่งออก แต่การบริโภคภายในประเทศไม่สามารถรองรับผลผลิตทั้งหมดจากโรงกลั่นได้ ทั้งนี้ ปตท. และบริษัทน้ำมันรายอื่นกำลังหารือกับรัฐบาลเพื่ออนุญาตให้มีการส่งออกบางส่วนเพื่อแก้ไขปัญหานี้

แนวโน้ม EBITDA ธุรกิจก๊าซเพิ่มขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ

PTT คาดว่า EBITDA ของธุรกิจก๊าซจะเพิ่มขึ้นราว 0.6–1 หมื่นล้านบาทในปี 2569 หลังภาระการอุดหนุนราคาก๊าซแบบ Single Pool สิ้นสุดลง ส่งผลให้โรงแยกก๊าซต้องจ่ายต้นทุนก๊าซตามราคาก๊าซอ่าวไทยเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม บริษัทยังต้องช่วยอุดหนุนภาคไฟฟ้าในระดับหนึ่ง ทำให้ EBITDA เพิ่มขึ้นได้เพียง 0.6–1 หมื่นล้านบาท แทนที่จะเป็น 1.5 หมื่นล้านบาทหากไม่มีการอุดหนุนเลย

การปรับโครงสร้างสินทรัพย์ยังดำเนินต่อเนื่อง

PTT ยังคงเดินหน้าปรับโครงสร้างการลงทุน โดยได้ทยอยออกจากธุรกิจ EV ทั้งหมด ซึ่งระดมเงินได้แล้วประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรที่มีศักยภาพสำหรับหน่วยธุรกิจปลายน้ำ อย่างไรก็ตาม สงครามในอิหร่านและความเสี่ยงด้านกฎระเบียบล่าสุด อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อดีลที่กำลังพิจารณา ในด้านการลงทุน ผู้บริหารไม่คาดว่าจะมี capex ขนาดใหญ่นอกเหนือจากโอกาสการลงทุนในธุรกิจ LNG liquefaction

- Advertisement -