บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Dohome PCL (DOHOME.BK/DOHOME TB)*

ประมาณการ 1Q69F: ได้อานิสงส์จากการเร่งโครงการภาครัฐ

Event 

เราคาดว่ากำไรสุทธิของ DOHOME ใน 1Q69F จะอยู่ที่ 261 ล้านบาท (+7% YoY, +170% QoQ) กำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ QoQ จากปัจจัยฤดูกาล (ช่วง high season ของการก่อสร้างหลังฤดูเก็บเกี่ยว) และ margin ที่ดีขึ้น (จากที่มีการขายล้างสต็อกใน 4Q68) ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น YoY จะเป็นเพราะต้นทุนทางการเงินลดลง ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่า SSSG ที่อ่อนแอ ทั้งนี้ เราคาดว่ากำไรสุทธิใน 1Q69F จะคิดเป็น 36% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา 

Impact 

การเร่งใช้จ่ายภาครัฐจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากอุปสงค์ที่อ่อนแอใน 1Q69 

ถึงแม้ว่าการจับจ่ายใช้สอยของลูกค้าที่เป็นผู้ใช้งานขั้นสุดท้าย (end-user) จะมีแนวโน้อ่อนแอ หลังจากที่รายได้ภาคเกษตรของไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง (-4% YoY ในเดือนมีนาคม 2569; Figure 2) และ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทยลดลงอย่างมาก (อยู่ที่ 51.8 ในเดือนมีนาคม 2569; Figure 5) แต่อุปสงค์ที่จากกลุ่ม back office ที่ฟื้นตัวขึ้นจากการที่รัฐบาลเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ (อัตราการเบิกจ่ายอยู่ที่ 34.5% ในเดือนเมษายน 2569) หลังจากที่ตั้งรัฐบาลได้น่าจะช่วยให้ SSSG ของบริษัทดีขึ้นจากที่ติดลบหลักเดียวสูง ๆ มาเป็นบวกหลักเดียวกลาง ๆ ในเดือนมีนาคม และ ทำให้ SSSG ใน 1Q69F ติดลบ 4% (จาก +0.4% ใน 1Q68 และ -10.4% ใน 4Q68) และ เมื่อประกอบกับการขยายสาขาเพิ่มอีก 3 ร้าน (Size L) ในปีที่แล้ว เราคาดว่ายอดขายใน 1Q69F จะอยู่ที่ 8.3 พันล้านบาท (+3% YoY, +18% QoQ) 

อัตรากำไรขั้นต้นกลับมาอยู่ระดับปกติ 

เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นของเหล็กกลับมาอยู่ระดับปกติ (ประมาณ 11-12%) และ อัตรากำไรขั้นต้นของสินค้า house brand เพิ่มขึ้น (เป็น 34-35% ใน 1Q69F จาก 33-34% ใน 1Q68) เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นใน 1Q69F จะอยู่ที่ 17.6% (ทรงตัว YoY และ เพิ่มขึ้น 1.4ppts QoQ) ทั้งนี้ อัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ QoQ ใน 4Q25 มีส่วนลดจาก supplier ที่น้อยตามยอดขาย และ มีการจัดแคมเปญส่งเสริมการขายเพื่อล้างสต็อก เราคาดว่าต้นทุนทางการเงินจะลดลง 20% YoY สะท้อนถึงยอดหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยที่ลดลงจาก 1.68 หมื่นล้านบาทใน 4Q67 เป็น 1.64 หมื่นล้านบาทใน 4Q68 

จะได้แรงหนุคนจากอุปสงค์โครงการภาครัฐ 

เราคาดว่ากำไรของ DOHOME จะเพิ่มขึ้น YoY ทุกไตรมาสจากนี้ไป เพราะอุปสงค์จากกลุ่ม back office (ที่เกี่ยวข้องกับโครงการภาครัฐ) น่าจะช่วยหนุน SSSG ซึ่งจะมีน้ำหนักมากกว่าอุปสงค์จากกลุ่ม end-userที่มีแนวโน้มจะอ่อนแอ ทั้งนี้ SSSG มีแนวโน้มเป็นบวก +6-7% ในเดือนเมษายน อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามซึ่งได้แก่ i)การฟื้นตัวของอุปสงค์จากกลุ่ม end-user และ ii) การบริหารจัดการอุปทานท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง 

Valuation & action 

เรายังคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F ไว้ที่ 3.80 บาท อิงจาก PER ที่ 18.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก +0.5 S.D.) ถึงแม้เราจะคาดว่ากำไรของ DOHOME จะเพิ่มขึ้น YoY ทุกไตรมาส แต่ผลจากปัจจัยฤดูกาลที่มักจะทำให้กำไรของบริษัทเน้นหนักในช่วงต้นปีน่าจะทำให้กำไรลดลง HoH ในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงจากอุปสงค์ที่อ่อนแอของกลุ่ม end-user และ อุปทานที่ขาดแคลนอาจจะทำให้บริษัทเลื่อนแผนการขยายสาขาในปีนี้ออกไป เราแนะนำ “ถือ” DOHOME แต่มองว่ายังมีโอกาสให้พอเก็งกำไรได้จากแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่งในครึ่งแรกของปีนี้ 

Risks 

เศรษฐกิจชะลอตัวลง, ขยายสาขาได้น้อยกว่าที่วางแผนเอาไว้, ราคาพืชผลอ่อนแอ, ภัยธรรมชาติ, สินค้าค้างสต็อกเป็นจำนวนมาก

- Advertisement -