บล.ฟินันเซีย ไซรัส

AP (THAILAND) (AP TB)

1Q26 earnings to edge up y-y

  • คาดกำไรสุทธิ 1Q26 จะเติบโต 4% y-y แต่ลดลง 31% q-q ตามทิศทางยอดโอน แม้ถูกกดดันจาก GPM ที่ลดลง

  • แนวโน้มกำไรคาดฟื้นตัว q-q ต่อเนื่องในช่วง 2Q–4Q26

  • ปรับลดประมาณการกำไรจากแรงกดดันด้านอัตรากำไร และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 9.50 บาท; คงคำแนะนำซื้อ

คาดกำไร 1Q26 เติบโตเล็กน้อย y-y จากยอดโอนที่เพิ่มขึ้น

เราประเมินกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 896 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% y-y แต่ลดลง 31% q-q จากฐานสูงใน 4Q25 การเติบโต y-y ได้แรงหนุนจากยอดโอนที่คาดอยู่ที่ 8.95 พันล้านบาท (-13% q-q, +20% y-y) โดยยอดโอนแนวราบคาดอยู่ที่ 8.3 พันล้านบาท (-9% q-q, +12% y-y) หลักๆ มาจากการทยอยรับรู้ backlog ขณะที่ยอดโอนคอนโดคาดอยู่ที่ 650 ล้านบาท (-43% q-q แต่เพิ่มขึ้นมากกว่า 14 เท่าจาก 1Q25) จากการรับรู้ยอดโอนคอนโดใหม่อย่างโครงการ Aspire Itsaraphap Station (มูลค่า 800 ล้านบาท ขายแล้ว 47%) นอกจากนี้ โครงการ Good Day Sukhumvit 93 (มูลค่า 1.1 พันล้านบาท ขายแล้ว 73%) ได้เริ่มโอนเร็วกว่ากำหนดเดิมที่คาดไว้ใน 2Q26

มีแรงกดดันจากอัตรากำไรจากโปรโมชั่นเชิงรุก

ปัจจัยกดดันหลักผลประกอบการใน 1Q26 มาจากอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง (สอดคล้องกับกลุ่ม) ซึ่งคาดว่าปรับลงเป็น 28.5% ต่ำสุดในรอบ 5 ปี (เทียบกับ 30.0% ใน 4Q25 และ 31.5% ใน 1Q25) มีสาเหตุหลักจากการจัดโปรโมชั่นด้านราคาที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะโครงการแนวราบ เพื่อกระตุ้นยอดขายและยอดโอนท่ามกลางตลาดที่ชะลอตัว นอกจากนี้ เราคาดว่าส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมจะลดลง (-66% q-q, -65% y-y) เป็น 50 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีคอนโดสร้างเสร็จใหม่ อย่างไรก็ตาม AP ยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุน สะท้อนจากสัดส่วน SG&A ต่อยอดขายที่คาดลดลงเป็น 17.3% จาก 20.2% ใน 1Q25

ปรับลดประมาณการกำไรจากมาร์จิ้นอ่อนตัว

เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2026–28 ลง 9%/7%/4% ตามลำดับ โดยมีสาเหตุหลักจากการปรับลดสมมติฐาน GPM เพื่อสะท้อนการทำโปรโมชั่นด้านราคาที่รุนแรงขึ้น ปัจจุบันเราคาดกำไรสุทธิปี 2026 ที่ 4.5 พันล้านบาท (+4% y-y) ขณะที่ทิศทางกำไรมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัว q-q ตั้งแต่ 2Q26 และจะเร่งตัวมากขึ้นใน 2H26 จากการเริ่มโอนคอนโดใหม่ 3 โครงการ และทยอยรับรู้ backlog แนวราบราว 1.6 หมื่นล้านบาท ณ สิ้น 1Q26 สำหรับประเด็นต้นทุนราคาวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นจากสงคราม คาดว่าจะทำให้ต้นทุนก่อสร้างต่อหลังเพิ่มขึ้นราว 2% อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าผลกระทบระยะสั้นยังจำกัด เนื่องจากโครงการแนวราบส่วนใหญ่ใช้รอบก่อสร้าง 6 เดือน โดยการส่งมอบปัจจุบันยังสะท้อนต้นทุนเดิมที่ล็อกไว้แล้ว ขณะที่แรงกดดันด้านต้นทุนคาดว่าจะเริ่มทยอยเห็นตั้งแต่ปลาย 3Q26 และจะเห็นผลเต็มที่ช่วงกลางปี 2027 เมื่อโครงการที่ก่อสร้างภายใต้ต้นทุนใหม่เริ่มโอน

คงคำแนะนำ ซื้อ; ปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 9.50 บาท

เราปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 9.50 บาท จากเดิม 10.20 บาท (อิง Target P/E ที่ 6.6 เท่า) คงคำแนะนำซื้อ จากกลยุทธ์ธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ พอร์ตกระจายตัว ส่วนแบ่งตลาดแข็งแกร่ง และ backlog ที่มั่นคง ซึ่งรองรับ 48% ของประมาณการยอดโอนของเราในปีนี้ ปัจจุบันหุ้นซื้อขายบน PE2026 เพียง 5.9x ระยะสั้นยังมีปัจจัยหนุนจากเงินปันผลปี 2025 ที่ 0.52 บาทต่อหุ้น (Dividend yield 6.2%) ขึ้น XD วันที่ 6 พ.ค. 2026

- Advertisement -