บล.บัวหลวง: 

Commerce (Retail) ปัญหาการท่องเที่ยวและค่าไฟกำลังเป็นปัจจัยลบใหม่ (NEUTRAL)

การปรับตัวลงของ SETCOMM ไม่ได้เกิดจากงบไตรมาส 1/69 แย่เป็นวงกว้าง แต่แรงกดดันหลักมาจาก นักท่องเที่ยวลดลง และความกังวลค่าไฟมากกว่า แม้ยอดขายสาขาเดือนเม.ย. อาจฟื้นตัวได้ แต่เป็นแค่ระยะสั้น ไม่ใช่การฟื้นตัวเชิงโครงสร้าง เรายังแนะนำเลือกหุ้นเป็นรายตัว โดยเราชอบ MRDIYT และ CPN มากที่สุดในกลุ่มฯ

ทำไม SETCOMM ปรับตัวลง ทั้งที่ SET ขึ้น

แม้ SET จะบวก 2% แต่ SETCOMM กลับลงราว 1% ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา โดยถูกกดดันจาก BJC, CRC และ DOHOME ที่ปรับลงราว 3% เรามองว่ามี 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) ความกังวลงบไตรมาส 1/69 หลัง HMPRO รายงานกำไรลดลงมาอยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท ลดลง 18% YoY และ 12% QoQ จากยอดขายสาขาเดิมที่ลดลง 13%

โดยกำลังซื้อที่อ่อนแอและการไม่มีระบบคืนภาษี “Easy e-Receipt” 2) มีสัญญาณบ่งชี้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือน เม.ย. อาจลดลง YoY (จำนวนนักท่องเที่ยวเฉลี่ยต่อวันระหว่างวันที่ 1-26 เม.ย. อยู่ที่ 78,700 ราย เทียบกับ 84,900 รายในเดือนเม.ย. 2568) และ 3) ความกังวลโครงสร้างค่าไฟแบบขั้นบันไดใหม่ ที่อาจกดดันกำลังซื้อผู้บริโภค

ความเสี่ยงท่องเที่ยว สำคัญกว่างบไตรมาส 1/69

ในมุมมองของเรา กำไรที่อ่อนแอในไตรมาส 1/69 เป็นสิ่งที่ตลาดคาดการณ์ไว้เป็นส่วนใหญ่แล้ว จากยอดขายสาขาเดิมที่อ่อนตัว การไม่มีมาตรการกระตุ้นและกำลังซื้อที่อ่อนแอ ดังนั้น เราจึงให้น้ำหนักมากกว่ากับการปรับลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะบริษัทที่มีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวสูง โดย Big C (ซึ่งคิดเป็นประมาณ 65% ของยอดขายของ BJC) มีรายได้จากนักท่องเที่ยวราว 8-10% ของรายได้ทั้งหมด ขณะที่ยอดขายกลุ่มแฟชั่นของ CRC ประมาณ 15% มาจากนักท่องเที่ยว ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้าไทยปี 2569 ของ BLS ล่าสุดอยู่ที่ 30.4 ล้านราย ปรับลดลง 11% จากประมาณการเดิม ดังนั้น เราประเมินดาวน์ไซด์ต่อกำไรหลักปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 2.5% สำหรับ BJC และ 1.6% สำหรับ CRC

ความเสี่ยงต้นทุนค่าไฟ-กระทบจำกัดในเชิงต้นทุนโดยตรง

เราคาดว่าผลกระทบทางตรงด้านต้นทุนจากโครงสร้างค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือนแบบขั้นบันไดที่มีความชันมากขึ้นต่อผู้ค้าปลีกจะอยู่ในระดับจำกัด (อัตราค่าไฟต่อหน่วยต่อเดือนจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังการใช้เกิน 200 หน่วย) ร้านค้าขนาดใหญ่และร้านค้าในศูนย์การค้าโดยทั่วไปใช้อัตราค่าไฟเชิงพาณิชย์หรืออุตสาหกรรม มากกว่าจะใช้อัตราภาคครัวเรือน ร้านค้าขนาดเล็กบางส่วน เช่น 7-Eleven, MRDIYT และ mini Big C อาจอยู่ภายใต้อัตราค่าไฟภาคครัวเรือน

แต่หลายแห่งสามารถใช้อัตรา Time-of-Use ได้ ทำให้มีความเสี่ยงต่อโครงสร้างค่าไฟใหม่ลดลง อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงที่สำคัญกว่าคือผลกระทบทางอ้อม-ค่าไฟครัวเรือนที่สูงขึ้นอาจกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค

ยังคงต้องเลือกลงทุน: การฟื้นตัวของยอดขายสาขาเดิมระยะสั้นยังไม่เพียงพอ

เรายังคงเลือกลงทุนเป็นรายตัวในกลุ่มค้าปลีก โดยยอดขายสาขาเดิมในเดือน เม.ย. อาจฟื้นตัวชั่วคราวจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น ความต้องการสินค้าในฤดูร้อน และการเร่งซื้อก่อนราคาปรับขึ้น แต่เรามองว่านี่เป็นเพียงแรงหนุนระยะสั้น ไม่ใช่การฟื้นตัวเชิงโครงสร้าง เมื่อพิจารณาว่ากำลังซื้อยังอ่อนแอและจำนวนนักท่องเที่ยวยังลดลง เรายังคงเห็นดาวน์ไซด์ต่อยอดขายสาขาเดิมทั้งปี เราชอบ MRDIYT (ราคาเป้าหมาย 10.60 บาท) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการขยายสาขาและการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด และ CPN (ราคาเป้าหมาย 70 บาท) หนุนจากจำนวนผู้ใช้บริการศูนย์การค้าที่เติบโต 3-4% รายได้จากศูนย์การค้าใหม่ และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

- Advertisement -