บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Bumrungrad Hospital (BH.BK/BH TB)*

คาดจะฟื้นตัวเร็วหลังความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านคลี่คลายลง

Event 

ประชุมชี้แจงผลประกอบการล่าสุดหลังประกาศงบ 1Q69 

lmpact 

ประเด็นสำคัญ ๆ จากการประชุมผลประกอบการ 1Q69 

เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการประชุมผลประกอบการ 1Q69 เมื่อวานนี้ โดยคาดว่าแนวโน้มธุรกิจ 2Q69F จะยังแข็งแกร่ง แม้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาจะได้รับผลกระทบจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านก็ตาม  

ประเด็นหลัก ๆ จากการประชุม ได้แก่ 

i) รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ 1Q69 เติบโตโดดเด่น: รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเพิ่ม 4.2% YoY (คิดเป็น 66% ของรายได้รวม) โดยที่ตลาดตะวันออกกลางโดดเด่นที่สุดซึ่งรายได้จากภูมิภาคดังกล่าวได้พุ่งขึ้น 21.3% YoY ขณะที่การเติบโตแข็งแกร่งเป็นพิเศษมาจากผู้ป่วยชาวกาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และคูเวตเป็นหลัก ดังนั้น การที่ผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้นนี้ช่วยชดเชยรายได้จากตลาดในประเทศที่ลดลง 3.6% ได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งยังถูกกดดันจากการแข่งขันในประเทศที่สูงขึ้นและภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ 

ii) เทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูงและการรักษาเฉพาะทาง: โรงพยาบาล BH ยังคงมุ่งสู่การเป็นศูนย์ Quaternary Care (การรักษาระดับสูงเฉพาะทางขั้นสูงสุด) โดยปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลได้ดำเนินการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ครบ 100 เคส (ระบบ Da Vinci XI) โดยเน้นด้านระบบทางเดินปัสสาวะ (Urology) และนรีเวชวิทยา (Gynecology) 

iii) ศูนย์กลางภูมิภาค (Regional hubs) บริษัทมีแผนเปิดศูนย์วินิจฉัยโรคแห่งใหม่ในเมียนมาและบังกลาเทศ เพื่อทำหน้าที่เป็น “feeder” ส่งต่อผู้ป่วยมายังโรงพยาบาลหลักในกรุงเทพฯ 

iv) ห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain) BH ยังไม่พบปัญหาการขาดแคลนยา แม้มีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เพราะบริษัทได้สำรองสต๊อกยาล่วงหน้าไว้ 3 เดือน  

คงประมาณการกำไรปี 2569-2570F 

ในเบื้องต้น เราคาดรายได้ 2Q69F จะเติบโตในกรอบ +/-2% YoY ขณะที่ผู้บริหารยังมั่นใจว่า ผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาโรคซับซ้อนจะมีเข้ามาต่อเนื่อง ปัจจุบันเรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569F ที่ 7.39 พันล้านบาท (-1.6% YoY) และปี 2570F ที่ 7.75 พันล้านบาท (+4.9% YoY)  

Valuation & Action 

เราประเมินว่าราคาหุ้น BH ล่าสุดได้สะท้อนข่าวลบจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านตลอด 2 เดือนที่ผ่านมามากแล้ว ขณะที่เราคาดว่าความต้องการรักษาพยาบาลในตะวันออกกลางจะเพิ่มขึ้นหลังความขัดแย้งในภูมิภาคคลี่คลายลง ซึ่งจะหนุนให้มีผู้ป่วยเดินทางมารักษาในไทยมากขึ้น อีกทั้ง BH คาดว่าจะได้รับประโยชน์หลังเหตุการณ์ดังกล่าวคลี่คลายลงในช่วง 2H69 นอกจากนี้ บริษัทยังมีสถานะเงินสดสุทธิและฐานะการเงินแข็งแกร่งมาก ดังนั้น เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” BH ราคาเป้าหมาย DCF ปี 2569F ที่ 210 บาท (ใช้ WACC ที่ 8.2% และ TG rate ที่ 1%)  

Risks 

จำนวนผู้ป่วยลดลง, เกิดโรคระบาด, รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงและเกิดเหตุก่อการร้าย

- Advertisement -