บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Neo Corporate (NEO.BK/NEO TB)

ประมาณการ 1Q69F: กำไรจะลดลงมากทั้ง YoY และ QoQ

Event 

ประมาณการ 1Q69F และปรับลดกำไร ราคาเป้าหมายกับคำแนะนำลงใหม่ 

Impact 

กำไร 1Q69F จะทรุดลงทั้ง YoY และ QoQ 

เราคาดว่า NEO จะแจ้งกำไรสุทธิ 1Q69F ที่ 83 ล้านบาท (-68% YoY และ -50% QoQ) การที่กำไรแย่ลง YoY หลัก ๆ จะเป็นเพราะอัตรากำไรขั้นต้นลดลงและสัดส่วน SG&A/sales สูงขึ้นจากการออกสินค้าใหม่ในไตรมาสนี้ และที่กำไรร่วงลง QoQ จะเกิดจากการดำเนินงานโดยรวมชะลอตัวลง หากกำไร 1Q69F ออกมาต่ำตามเราคาด จะคิดเป็นเพียง 14% ของประมาณการกำไรทั้งปีนี้ของเรา  

รายได้ยังเติบโต YoY แต่ถูกกลบจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น 

รายได้จากการขาย 1Q69F คาดอยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท (+7% YoY แต่ -6% QoQ) การที่เติบโต YoY จะหนุนจากยอดขายในประเทศที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับครัวเรือนและกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล ขณะที่ คาดว่ายอดขายส่งออก 1Q69F จะลดลง YoY จากอุปสงค์ในเวียดนามและลาวชะลอตัว แต่ที่รายได้แผ่วลง QoQ จากฐาน 4Q68 สูงเพราะมีการออกแคมเปญกระตุ้นยอดขายใน 4Q68 ในแง่ GPM คาดว่าจะฟื้นตัว 1.4ppts QoQ อยู่ที่ 37.3% แต่ร่วงแรง 4.5ppts YoY สาเหตุหลักจากต้นทุนสารลดแรงตึงผิว (surfactant) ที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันเมล็ดในปาล์ม (CPKO) ที่พุ่งขึ้น 17% YoY ในด้านสัดส่วนคชจ. SG&A/sales คาดเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 32.9% ในไตรมาสนี้ (+3.7ppts YoY และ +4.8ppts QoQ) จากมีค่าใช้จ่ายการแนะนำออกสินค้าใหม่  

ราคา CPKO พุ่งขึ้นกดดันต้นทุน; ปรับลดประมาณการปี 2569F-2570F ลง 

ราคา CPKO ในมีนาคม 2569 ได้แตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ US$2,574/ton (+25% YoY และ +12% MoM) จากอุปทานน้ำมันปาล์มดิบที่ตึงตัวและอุปสงค์ในตลาดหลักทยอยฟื้นตัว แม้ NEO จะล็อกต้นทุนวัตถุดิบช่วง 1H69F ไว้แล้วก็ตาม แต่ระดับราคาก็ยังสูงกว่าที่เราคาดไว้และจะกดดัน GPM ต่อเนื่องใน 2H69F นอกจากนี้ ต้นทุนบรรจุภัณฑ์และค่าขนส่งที่สูงขึ้นจะกดดันเพิ่ม ขณะที่ เราคาดว่าบริษัทจะไม่ปรับเพิ่มราคาขายสินค้าขึ้นเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ดังนั้น เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2569F/2570F ลง 31%/29% บนสมมติฐาน GPM ใหม่ที่ปรับลง 1.9% ในแต่ละปีและสัดส่วนคชจ. SG&A/sales ที่สูงขึ้น ปัจจุบันเราคาดกำไรปี 2569F ที่ 423 ล้านบาท (-25% YoY) โดย margin ยังกดดันอยู่ จากนั้นปี 2570F จะฟื้นตัวขึ้นราว 15% YoY อยู่ที่ 485 ล้านบาท 

Valuation & action 

หลังเราปรับลดกำไรลงใหม่แล้วแต่ยังคงสมมติฐานค่าเฉลี่ย PE ในอดีตที่ 10x (-1 S.D.) ทำให้ได้ราคาเป้าหมายลดลงใหม่ที่ 14.10 บาท (จากเดิม 20.40 บาท) ขณะนี้ ราคาปิดหุ้น NEO มี downside จากราคาเป้าหมายใหม่ของเราราว 19% ดังนั้นเราจึงปรับลดคำแนะนำหุ้น NEO ลงเป็น “ขาย” จากถือ 

Risks 

ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว การแข่งขันสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงความชอบของลูกค้า 

- Advertisement -