บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Krungthai Bank (KTB.BK/KTB TB)*

รายได้ค่าธรรมเนียมที่แข็งแกร่งช่วยชดเชย NIM ที่ลดลง

Event 

อัพเดตแนวโน้ม, ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569F/2570F, ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2569F และ ปรับเพิ่มคำแนะนำ  

lmpact 

คาดว่าจะบริหารจัดการ NIM ได้ดีขึ้น 

NIM ของ KTB ลดลงประมาณ 20bps QoQ และ 70bps YoY ใน 1Q69 เนื่องจากธนาคารขยายสินเชื่อ yield ต่ำในภาครัฐ (+10% QoQ และ +16% YoY) และ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง โดยเราคาดว่าธนาคารน่าจะยังปรับลดดอกเบี้ยลงอีกใน 2Q69 ซึ่งกดดันยีลด์ อย่างไรก็ตามการไถ่ถอนหุ้นกู้ระยะยาว (AT1) ซึ่งมีต้นทุนทางการเงินสูง จะช่วยบรรเทาผลกระทบของต้นทุนและ NIM ใน 2Q69  

รายได้ค่าธรรมเนียม และ กำไรจากการลงทุนน่าจะยังแข็งแกรงใน 2Q69 

รายได้ค่าธรรมเนียมของ KTB เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง 14% YoY ใน 1Q69 (จาก +3% ในปี 2568) นำโดยค่าธรรมเนียมบริหารความมั่งคั่ง (wealth management, คิดเป็น 33% ของค่าธรรมเนียมรวม) ซึ่งเพิ่มขึ้น 38% ใน 1Q69 (จาก +16% ในปี 2568) ทั้งนี้ ธนาคารคาดว่ารายได้ส่วนนี้น่าจะยังโตดีใน 2Q69 เนื่องจากมีประเภทของรายได้ค่าธรรมเนียมมีการกระจายตัวมากขึ้น โดยมีรายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับดิจิตอล wealth management ในกลุ่มลูกค้ารายย่อย อย่างเช่น การค้าทองคำ และ พันธบัตร ซึ่ง ณ จุดนี้ เราได้ปรับเพิ่มอัตราการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมปี 2569F/2570F เป็น 15.7%/13% (จากเดิม +9%/+8%)  

ยังสามารถรักษา credit cost ไว้ที่ระดับต่ำได้ 

ผู้บริหารของ KTB เผยว่าคุณภาพสินทรัพย์ยังแข็งแรง และ ผันผวนน้อยลงนับตั้งแต่ที่สงครามในตะวันออกกลางประทุขึ้นในเดือนมีนาคม จากการประเมินทั้งทางตรง และ ทางอ้อมจากลูกค้ากลุ่มต่าง ๆ ทั้ง ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่, SME และ รายย่อย ทั้งนี้ ธนาคารบันทึกได้ตั้งสำรองฯ ส่วนเกินไปในไตรมาส 1/69 ทำให้สัดส่วน NPL coverage เพิ่มขึ้นเป็น 204% (สูงกว่าระดับที่ธนาคารสบายใจที่ 170% อย่างมาก) จากโครงสร้างสินเชื่อที่มีสินเชื่อภาครัฐสูง เชื่อว่า KTB จึงยังคงนโยบาย credit cost ไว้ที่ 1% ในปี 2569F  

ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569F/2570F ขึ้นปีละ 6%, ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2569F เป็น 37 บาท และ ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ 

จากการที่ธนาคารมีกำไรจากการลงทุนก้อนใหญ่ใน 1Q69 เราจึงปรับเพิ่มประมาณการอัตราการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมปี 2569F/2570F เป็น 15.7%/13% (จากเดิม +9%/+8%) และ ปรับเพิ่มประมาณการกำไรจากการลงทุนขึ้นอีก 1.5 พันล้านบาท/500 ล้านบาท ในขณะที่ยังคงประมาณการ NIM ไว้ที่ 2.6%/2.7% (-26bps จากปี 2568) และ คงประมาณการ credit cost ที่ปีละ 1% นอกจากนี้ เรายัง re-rate PBV เป็น 1.05x (จาก 1x) ทำให้ได้ราคาเป้าหมายปี 2569F ใหม่ที่ 37.0 บาท (จากเดิม 34 บาท) และ ปรับเพิ่มคำแนะนำจากถือเป็นซื้อ 

Risks 

NIM ถูกกดดัน และ ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของ NPA, ผลขาดทุน FVTPL จากากรลงทุนในหุ้น

- Advertisement -