บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Muangthai Capital (MTC.BK/MTC TB)*

คุณภาพสินทรัพย์เป็นแรงกดดัน

Event 

อัพเดตแนวโน้ม  

Impact 

คาดว่ากำไรใน 1Q69F จะอยู่ที่ 1.7 พันล้านบาท (-4% QoQ, +9% YoY) 

ประมาณการของเราอิงจากสมมติฐานว่าสินเชื่อขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงที่ 1% QoQ และ 10% YoY, margin เพิ่มขึ้นเนื่องจากต้นทุนการระดมเงิน (COF) ลดลง, และ credit cost เพิ่มขึ้นเป็น 2.9% (จาก 2.7% ใน 4Q68 และ 2.6% ในปี 2568) ทั้งนี้ ประมาณการกำไรใน 1Q69F คิดเป็นประมาณ 26% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา  

มีโครงสร้างลูกค้ากลุ่มอ่อนไหวกับราคาน้ำมัน และค่าครองชีพ อยู่สูงในพอร์ต 

เราคิดว่าราคาน้ำมันที่แพงจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อลูกหนี้ของ MTC และ คุณภาพสินทรัพย์ของบริษัท เพราะลูกค้าเกินครึ่งอยู่ในระดับล่างในภาคเกษตร ทั้งนี้ เราคาดว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจะทำให้สายโซ่อุปทานภาคเกษตรสะดุด และ ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ในขณะที่ราคาสินค้าเกษตรหลายชินดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เราเชื่อว่าราคน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจะทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ลดลง โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร และ พ่อค้ารายย่อยที่เป็นฐานลูกค้าหลักของกลุ่ม non-bank 

 จำเป็นต้องดูแลคุณภาพสินทรัพย์เพื่อคงอันดับเครดิตของ Fitch ไว้ที่ A+

MTC อยู่ในตำแหน่งที่เปราะบางท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยส่วนรองรับหนี้เสียอ่อนแอลงในช่วงสามปีที่ผ่านมา หลังช่วงที่ COVID ผ่านไปในปี 2566 โดยสัดส่วน NPL ratio เพิ่มขึ้นเป็น 2.6% จาก <2.0% ในปี 2565 ในขณะที่สัดส่วน NPL ลดลงมาอยู่ที่ 140% จากเกือบ 200% ในช่วงเดียวกัน ทั้งนี้ ในช่วงที่ COVID ระบาด และ ช่วงหลังจากนั้น NPLs เพิ่มขึ้นอย่างมากทำให้บริษัทต้องเพิ่ม credit cost เป็น >3.5% ในช่วงปี 2566-2567 ก่อนที่จะกลับลงมาอยู่ที่ 2.5% ในปี 2568 ซึ่งเมื่อมองไปข้างหน้า เราคิดว่าสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างมากจะทำให้ GDP ปี 2569F หดตัวลง ซึ่งจะกดดันMTC ความสามารถของ MTC ในการรักษาตัวชี้วัดคุณภาพสินทรัพย์ และต้องเพิ่มสัดส่วนสำรองส่วนเกินเพื่อรองรับหนี้เสีย เพื่อคงอันดับเครดิตของ Fitch Ratings ไว้ที่ A- ซึ่งหากมีการปรับลดอันดับเครดิตลงอาจจะทำให้ต้นทุนการระดมเงินของ MTC พุ่งสูงขึ้นได้ 

 คงคำแนะนำขาย โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2569F ที่ 26.50 บาท 

เรามองลบกับ MTC เพราะมีการปล่อยกู้ในปริมาณสูงให้กับลูกหนี้ที่ประสบปัญหาในภาคเกษตร และ พ่อค้ารายย่อย ซึ่งอ่อนไหวอย่างมากกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ทั้งนี้ ในขณะที่อุตสาหกรรมอิ่มตัวแล้ว แต่ MTC ยังมียอดหนี้สูง โดยสัดส่วน D/E >3x ทำให้ต้องเน้นบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน ซึ่งจำกัดความสามารถในการจ่ายเงินปันผลเพื่อชดเชยผลตอบแทนผู้ถือหุ้น และ หนุนราคาหุ้น ซึ่งการจะปลดล็อกกับดักการลงทุนดังกล่าว MTC จำเป็นต้องลดภาระหนี้ให้ได้ ซึ่งเราคาดว่าจะยังไม่เกิดขึ้นในระยะสั้น ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำขาย โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2569F ที่ 26.5 บาท อิงจาก PE ที่ 8.5x 

Risks 

NPLs เพิ่มขึ้น และ credit cost เพิ่มขึ้น, ไม่สามารถออกหุ้นกู้เพื่อนำเงินมาใช้ขยายสินเชื่อ

- Advertisement -