บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Siam Cement (SCC.BK/SCC TB)*
ธุรกิจเคมีภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ฟื้นตัวแข็งแกร่งเป็นแนวโน้มที่ดี
Event
ผลประกอบการ 1Q69 และแนวโน้มธุรกิจ
Impact
ผลประกอบการ 1Q69 – ดีกว่าทั้งเราและตลาดคาดชัดเจน
SCC มีกำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 6.2 พันล้านบาท (พลิกจากขาดทุนสุทธิ 3.7 พันล้านบาทใน 4Q68 และ +355% YoY) และกำไรหลักที่ 1.8 พันล้านบาท (ฟื้นตัวจากขาดทุนหลัก 79 ล้านบาทใน 4Q68 และ +41% YoY) หากตัดกำไรจากสต๊อกสินค้าและกำไรจาก NRV ที่ 4.4 พันล้านบาทออกไป กำไรปกติจะคิดเป็น 17% ของประมาณการกำไรหลักปี 25696F ของ consensus ปัจจัยที่ทำให้กำไรสูงกว่าคาดหลัก ๆ มาจากผลงานของธุรกิจเคมีภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ดีกว่าคาดบวกกับมีกำไรจากสต๊อกสินค้าด้วย กำไรหลักที่ดีขึ้นทั้ง QoQ และ YoY หนุนจาก spread ผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ทั้ง PE และ PP ดีขึ้น ธุรกิจบรรจุภัณฑ์และปูนซีเมนต์ดีขึ้นกับประสิทธิภาพการลดต้นทุน แม้จะไม่มีเงินปันผลรับ (ซึ่งปกติรับรู้ใน 2Q และ 4Q) ส่วนการลดสัดส่วนถือหุ้นใน CAP เหลือ 20% จาก 30.57% คาดว่าจะแล้วเสร็จในกลางปี 2569
ประเด็นหลัก ๆ
i) การดำเนินงานหลักของธุรกิจเคมีภัณฑ์ดีขึ้น QoQ (แต่ยังลดลง YoY จาก spreads ที่ต่ำลง) จาก spread ผลิตภัณฑ์เคมีดีขึ้น แต่ก็ถูกกลบบางส่วนจากปริมารขายที่ลดลง จากเหตุการประกาศเหตุสุดวิสัยที่โรงงาน Rayong Olefins Complex (ROC) ตั้งแต่ 10 มี.ค. 69 ทั้งนี้ ROC มีต้นทุนคงที่รายเดือนราว 150 ล้านบาทและยังรอสัญญาณเชิงบวกเพิ่มเติมก่อนพิจารณากลับมาเดินเครื่องอีกครั้ง โดย HDPE spread อยู่ที่ US$324/ton (+5% QoQ และ +1% YoY) และ PP spread อยู่ที่ US$285/ton (+10% QoQ แต่ -13% YoY) ส่วนความขัดแย้งอิหร่านทำให้กำลังการผลิต ethylene โลกหายไปราว 20% ทาง SCC เชื่อว่าอาจทำให้ตลาดเปลี่ยนจากภาวะอุปทานล้นตลาดไปสู่ภาวะอุปทานตึงตัวในระยะยาว จากโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายต้องใช้ฟื้นฟูราว 3–5 ปี ซึ่งจะหนุน spreads ช่วง 2QTD ให้แข็งแกร่งขึ้น
ii) ธุรกิจปูนซีเมนต์และโซลูชันสีเขียว กำไรเพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY จากการเข้าสู่ช่วงพีคของปี และได้ประโยชน์จากราคาขายที่ปรับขึ้น (กลยุทธผลักดันเน้น green cement / surcharge เพื่อสะท้อนต้นทุนผลิตที่สูงขึ้น / การปรับราคาปกติ) รวมถึงรับรู้ประโยชน์เต็มไตรมาสจากการปรับโครงสร้างต้นทุนตั้งแต่ 4Q68 ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนได้ราว 4.3 พันล้านบาทต่อปี
iii) ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ SCG Packaging ทำกำไรสุทธิ 1Q69 แข็งแกร่งที่ 1.57 พันล้านบาท (+74% YoY และ +30% QoQ) โดยยังเพิ่ม QoQ แม้ 4Q68 ได้มีกำไรพิเศษเพิ่มเติม 385 ล้านบาท โดยกำไรคิดเป็น 23% และ 31% ของประมาณการเราและตลาดตามลำดับ สาเหตุหลักจากผลงาน Fajar ที่ดีกว่าคาด ได้ประโยชน์จากต้นทุนกระดาษรีไซเคิลที่ลดลง ทั้งนี้ เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” SCG Packaging (SCGP.BK/SCGP TB)* ราคาเป้าหมาย 28.00 บาท ตามรายงานล่าสุดเมื่อ 29 เม.ย. 69
Valuation and action
ปัจจุบัน Bloomberg consensus ให้คำแนะนำ SCC ที่ ซื้อ / ถือ / ขาย ในสัดส่วน 33% / 33% / 33% (มีสัดส่วนซื้อสูงขึ้น) โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ย 204 บาท/หุ้น ปัจจุบันหุ้น SCC เทรดที่ค่าเฉลี่ย 5 ปี ในอดีตของ EV/EBITDA และ P/BV ระดับ +1SD และ -0.8SD ตามลำดับ ขณะที่ เราเชื่อว่ากำไร 2Q69F และ 2H69 จะดีกว่า QoQ และ HoH ตามลำดับจาก spreads ที่ฟื้นอยู่ที่ US$500–600/ton โครงการ Fajar ที่อินโดนีเซียพลิกฟื้นเป็นกำไร แต่ขณะนี้ ผู้ผลิตได้ประโยชน์ในระยะสั้นมากกว่าคือผู้ผลิตที่มีวัตถุดิบป้อน (feedstock) มั่นคง (เช่น naphtha, propane) และสามารถเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิต (utilization rate) เพื่อรองรับภาวะอุปทานตึงตัวได้ดี ทั้งนี้ ความเสี่ยงหลัก ๆ คือ การขาดแคลน feedstock โดยปัจจุบันบริษัทเดินเครื่องเพียงหนึ่งคอมเพล็กซ์ (MOC) จนถึงมิ.ย. 69 เท่านั้น
Risks
การปิดซ่อมบำรุงนอกแผน, อุปทานเกิน, ปัญหา cost overruns และภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว








