บล.กรุงศรีฯ:
AAV (Neutral, TP 1.19 บาท) สรุปประเด็นสำคัญงานแถลงข้อมูลสถานการณ์ AirAsia ที่มาเลเซียโดยคุณโทนี่ เฟอร์นานเดส
(1) จากการดำเนินธุรกิจ 25 ปี ที่ผ่านมาเจอวิกฤติหนักที่สุด คือ COVID-19 ที่ทำให้ไม่มี Demand และต้องหยุดบิน แต่ก็ผ่านมาได้ และทำให้ AirAsia แข็งแกร่งขึ้น
(2) ในช่วงวิกฤติก็มีโอกาสทำให้ AirAsia สามารถตกลงดีลการซื้อเครื่องบินได้ดีกว่าปกติ
(3) มองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อผลประกอบการในช่วงที่ราคาขายตั๋วไม่สะท้อนต้นทุนราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่เมื่อปรับราคาตั๋วเพิ่มและ Demand การเดินทางไม่ลดลง คาดว่าสถานการณ์จะมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น โดยเชื่อว่าสถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้นใน 2H26F
(4) สถิติการบิน AirAsia ในปี 2026 ยังแข็งแรง อัตราบรรทุกผู้โดยสารช่วง ม.ค. – ส.ค.26 อยู่ที่ระดับ 70% ปลาย ๆ ถึง 80% ต้น ๆ
(5) ปฏิเสธข่าวที่ระบุว่า AirAsia เตรียมหาแหล่งเงินทุน 3 พันล้าน USD โดยระบุว่ามีแผนหาแหล่งเงินทุน 1 พันล้าน USD เท่านั้น และเป็นการนำมา Re-finance หนี้เดิมที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงที่กู้มาในช่วงวิกฤติ COVID-19 (ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า) รวมถึงหนี้ที่สูงกว่า 4-5 พันล้าน USD ส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่เกิดจากการทำสัญญาเช่าเครื่องบินตามมาตรฐานบัญชี
ความเห็น:
การออกมาแถลงข้อมูลข้างต้นช่วยให้ตลาดคลายความกังวลต่อข่าวสถานการณ์ AirAsia ที่มาเลเซีย (ไม่รุนแรงอย่างที่กังวล) แต่อย่างไรก็ตาม เรามองแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่กลับมาเพิ่มขึ้นขณะนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อธุรกิจ Low-cost Airline ที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป ขณะที่ฝั่ง AAV (Thai AirAsia) เรายังคงมองว่าสถานการณ์ทางธุรกิจไม่น่ากังวลเท่ากับที่มาเลเซีย แต่อาจมีความเสี่ยง Downside กรณี Worst case (ที่มาเลเซีย) ในประเด็นมีรายการลูกหนี้ระหว่างกัน (รายได้ขายตั๋วผ่าน website AirAsia) และความร่วมมือต่าง ๆ เราจึงยังคงมุมมองระมัดระวัง และยังไม่แนะนำเข้าลงทุนในช่วงนี้แม้ราคาหุ้น AAV จะต่ำกว่าราคาเป้าหมายที่เราประเมินแล้วก็ตาม








