บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
SAKSIAM LEASING (SAK TB)
Monitoring a vulnerable customer base
- คาดกำไร 1Q26 ฟื้นตัว จากรายได้ที่แข็งแกร่งขึ้นและต้นทุนที่ลดลง โดยคุณภาพสินทรัพย์ยังทรงตัว
- การเติบโตของกำไรในช่วงปี 2026–28E ได้แรงหนุนจากสินเชื่อและส่วนต่างดอกเบี้ย ขณะที่ความเสี่ยงขาลงเพิ่มขึ้นจากแรงกดดันของราคาน้ำมันต่อสินเชื่อและ credit cost
- คงคำแนะนำ ถือ; ชอบ TIDLOR > MTC > SAWAD มากกว่า SAK
คาดกำไร 1Q26 ฟื้นตัวจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนที่ลดลง
เราคาดกำไรสุทธิ 1Q26 อยู่ที่ 228 ล้านบาท (+7.5% q-q, +0.7% y-y) คิดเป็น 24% ของประมาณการปี 2026 ของเรา โดยมีกำไรก่อนหักสำรอง (PPOP) อยู่ที่ 333 ล้านบาท (+5.1% q-q, -3.6% y-y) ได้แรงหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ รายได้ค่าธรรมเนียม และรายได้อื่นที่แข็งแกร่งขึ้น ขณะที่ ECL ทรงตัว q-q เราคาดสินเชื่อจะเติบโต 0.7% q-q (-1.2% y-y) ต่ำกว่าประมาณการปี 2026 ของเราที่ 6.2% y-y และต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของ SAK ที่ 8–10% เนื่องจากไตรมาส 1 โดยปกติเป็นช่วงชะลอตัวตามฤดูกาล โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากสินเชื่อทะเบียนรถ (43%) และสินเชื่อโฉนดที่ดิน (12%) เราคาด loan spread จะลดลง 4bps q-q มาอยู่ที่ 18.20% จากการเปลี่ยนไปสู่สินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนต่ำ แม้ต้นทุนทางการเงินจะลดลง 15bps ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานคาดจะลดลง q-q หลังผ่านช่วงสูงสุดตามฤดูกาล ขณะที่รายได้ที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้ cost-to-income ratio ปรับดีขึ้นเป็น 48.2% (จาก 49.5% ใน 4Q25) โดย SAK เปิดสาขาใหม่ 35 แห่งใน 1Q26 แต่มีแรงกดดันต่อค่าใช้จ่ายจำกัด
คุณภาพสินทรัพย์ยังไม่น่ากังวล
คุณภาพสินทรัพย์ใน 1Q26 ยังทรงตัว แม้ NPL เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากการเติบโตของสินเชื่อที่ชะลอลงทำให้สัดส่วน NPL เพิ่มขึ้น q-q เป็น 2.76% จาก 2.74% ณ สิ้นปี 2025 เราคาด ECL จะทรงตัว q-q โดย credit cost อยู่ที่ 149bps (ลดลงจาก 151bps ใน 4Q25) ส่งผลให้ coverage ratio ลดลงเล็กน้อยเป็น 104.8% จาก 105% ณ สิ้นปี 2025
การฟื้นตัวของสินเชื่อและ margin หนุนการเติบโตกำไรปี 2026–28E
เราคาดกำไรสุทธิช่วงปี 2026–28 จะเติบโตที่ 7.5% CAGR ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มสินเชื่อทะเบียนรถที่ 11.4% โดยมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของสินเชื่อที่เติบโตเฉลี่ย 7.0–8.2% ต่อปี อย่างไรก็ตาม interest spread คาดจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 6bps จากปี 2025 เป็น 18.26% ในปี 2028 เนื่องจากต้นทุนเงินทุนที่ลดลง 38bps จะชดเชยกับ loan yield ที่ลดลงจากการเปลี่ยนไปสู่สินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนต่ำเพื่อขับเคลื่อนการเติบโต ทั้งนี้ เรามีความกังวลเพิ่มขึ้นต่อการปรับขึ้นของราคาน้ำมันในประเทศ โดยความเสี่ยงขาลงต่อสมมติฐานการเติบโตสินเชื่อปี 2026E ที่ 7.0% y-y และ credit cost ที่ 150bps จะเพิ่มขึ้น หากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น โดยทุกการลดลงของสินเชื่อ 1% จะทำให้กำไรสุทธิลดลง 0.7% และทุกการเพิ่มขึ้นของ credit cost 10bps จะทำให้กำไรสุทธิปี 2026E ลดลงราว 1.3%
คงคำแนะนำ ถือ; ราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 3.53 บาท
เราคงคำแนะนำ ถือ โดยมีปัจจัยหนุนจากอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่คาดราว 6–7% ต่อปี ราคาเป้าหมายปี 2026E ของเราที่ 3.53 บาท อิงวิธี GGM คิดเป็น P/BV ที่ 1.01x (LT-ROE 13.0% และ COE 12.9%) เราชอบ TIDLOR, MTC และ SAWAD มากกว่า SAK เนื่องจากฐานลูกค้าของ SAK มีความเปราะบางมากกว่า







