บล.ฟินันเซีย ไซรัส: 

THAI FOODS GROUP (TFG TB)

Retail shop จะช่วยหนุนกำไรปีนี้

  • คาดกำไร 1Q26 ฟื้นแรง q-q และลุ้นทรงตัว y-y ถือว่าดีสุดในกลุ่มเนื้อสัตว์
  • Retail shop ยังช่วยหักล้าง คำสั่งซื้อที่ไม่แข็งแรง และราคาวัตถุดิบที่กำลังขึ้นได้
  • ปรับเพิ่มเป้าเป็น 11.3 บาท เน้นเก็งกำไรเป็นหลัก

แนวโน้มกำไร 1Q26 แข็งแกร่งสุดในกลุ่มเนื้อสัตว์

คาดกำไรสุทธิ 1Q26 อยู่ที่ 1.91 พันลบ. (+66.8% q-q, -6.0% y-y) อาจลดลงเพียงเล็กน้อย y-y ทั้งที่ฐานสูงในปีก่อน เนื่องจากการเติบโตของธุรกิจ Retail Shop, ราคาหมูเวียดนามเติบโต และต้นทุนวัตถุดิบที่ยังปรับลง y-y ขณะที่คาดกำไรฟื้นแรง q-q มาจากราคาหมูเวียดนามฟื้นตัวเป็นหลัก (+33.3% q-q, +9.1% y-y) คาดรายได้ Retail shop (+1.0% q-q, +23.0% y-y) ทำให้สัดส่วนขยับขึ้นเป็น 42.6% ของรายได้รวม แม้คาดรายได้/วัน/สาขา อาจปรับลงเล็กน้อยตามราคาเนื้อสัตว์ไทยที่อ่อนตัวลง แต่ถูกหักล้างด้วยผลบวกของสาขาใหม่ คาด +75 สาขา q-q, +260 สาขา y-y จึงคาดรายได้รวมจะค่อนข้างทรงตัวได้ (-1.2% q-q, +1.0% y-y)

ต้นทุนต่ำและ revenue mix ที่ดี ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้น

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมคำสั่งซื้อไม่สดใสนัก ทำให้เราคาดปริมาณขายและราคาเนื้อสัตว์ใน 1Q26 จะอ่อนตัวลง แต่ยังได้ผลบวกจากราคาวัตถุดิบที่สต็อกไว้ในราคาต่ำ กอปรกับได้ผลบวกจากการเปลี่ยนแปลงของ Revenue mix จึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นที่ 20.8% เพิ่มขึ้นจาก 18.3% ใน 4Q25 แต่ต่ำกว่า 21.2% ใน 1Q25 และคาด SG&A to sales ยังสูง (จากการเร่งเปิดสาขาใหม่) 8.2% จาก 6.9% ใน 1Q25 ขณะที่คาดดอกเบี้ยจ่ายจะลดลง 10.2% q-q และ 19.2% y-y จากภาระหนี้ลดลง และอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง

แนวโน้มข้างหน้ามีทั้งปัจจัยบวกและลบ

แนวโน้มกำไร 2Q26 น่าจะฟื้นตัว q-q ได้ต่อ แต่อาจยังลดลง y-y เพราะฐานสูงในปีก่อน (กำไร 2Q25 ทำนิวไฮที่ 2.55 พันลบ.) กำไรที่ดีจะมาจากราคาหมูไทยที่ฟื้นตัว +20% q-q และคาดรายได้ไก่จะกลับมาฟื้นเพราะเข้าสู่ฤดูกาลส่งออก ซึ่งบริษัทมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าใน 2H26 แล้ว และคาดเห็นการเปิดสาขาใหม่ Retail Shop ต่อเนื่อง ส่วนราคาหมูเวียดนามอ่อนลง 9% q-q กอปรกับแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบเริ่มสูงขึ้น ล่าสุดราคาข้าวโพดแตะ 10 บาท/กก. (+1-2% q-q) และกากถั่วเหลือง 16.8 บาท/กก. (+4-5% q-q) ทั้งนี้ TFG ล็อกราคาวัตถุดิบไปใน 2H26 แล้ว

ราคาหุ้นตรงนี้ เน้นเก็งกำไร

เราปรับเพิ่มกำไรปี 2026 ขึ้น 12.5% เป็นการเติบโต 2.5% y-y (จากเดิมคาด -8.9% y-y) โดยปรับเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นเป็น 19% (จาก 17.7%) เพื่อสะท้อน Revenue mix ที่ดีกว่าคาด และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 11.3 บาท โดยปรับ Target PE ขึ้นเป็น 10x (+0.25 SD) เพื่อสะท้อนการเติบโตที่ดีกว่ากลุ่ม แต่ยังเป็นระดับ PE ที่ต่ำกว่า CPF และ BTG ที่เราให้ 12x จาก ESG Scores ที่ต่ำกว่า แม้เรายังคงเรทติ้ง ซื้อ แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นแรง +124% YTD สะท้อนกำไรที่ดี และการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร ที่ระดับราคาหุ้นปัจจุบัน จึงเน้นเป็นการเก็งกำไร

 

- Advertisement -