บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Home Product Center (HMPRO.BK/HMPRO TB)*
มีตัวช่วยรองรับราคาหุ้น
Event
ประชุมนักวิเคราะห์
Impact
SSSG ดีขึ้นในเดือนเมษายน
ถึงแม้ว่า SSSG จะอ่อนแอใน 1Q69 (Homepro -14% และ Mega home -4%) แต่ SSSG ในเดือนเมษายนมีสัญญาณดีขึ้น โดย SSSG ของห้าง Homepro พลิกมาเป็นบวกหลักเดียวต่ำ ๆ ส่วนของห้าง Mega home เป็นบวกหลักเดียวกลาง ๆ เนื่องจาก i) ผลของฐานที่ต่ำใน 2Q68 เพราะมีการร่นอุปสงค์เข้ามาใน 1Q68 เพื่อเข้าโครงการ Easy E-receipt ii) สินค้าทำความเย็นขายดีเพราะหน้าร้อนมาเร็ว (ยอดขายสินค้าทำความเย็นคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10-15%) iii) ราคาขายสูงขึ้น และ iv) มีการตุนสต็อกสินค้าวัสดุก่อสร้าง (เป็นบวกกับ Mega home) เพราะเป็นห่วงว่าจะราคาจะขึ้น
การปรับราคาน่าจะส่งผลดีต่ออัตรากำไรอยู่บ้าง
เนื่องจากต้นทุนสินค้าในสต็อกต่ำกว่า, มีการปรับราคาขายเฉลี่ย และ บริษัทเสนอขายสินค้า house brand อย่างต่อเนื่อง เราจึงคาดว่าอัตรากำไรน่าจะดีใน 2Q69 ทั้งนี้ มีการตุนสต็อกสินค้าไว้สำหรับขายในช่วง 1-3 เดือนข้างหน้า ซึ่งน่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากการขาดแคลนสินค้าไปได้บางส่วน การที่ยอดขายเพิ่มขึ้น และ บริษัทน่าจะได้อานิสงส์จากความแตกต่างของราคาขายกับต้นทุน เราจึงคาดว่ากำไรใน 2Q69 น่าจะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ
ติดตามปัจจัยใน 2H69
ปัจจัยที่ต้องติดตามใน 2H69 ได้แก่ i) สภาวะการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค ii) สถานการณ์ขาดแคลน และ iii) ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น อย่างเช่น ต้นทุนพลังงาน เรามองว่าบริษัทจะมุ่งเน้นที่การนำเสนอสินค้า และ บริการอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงระบบนิเวศ และ เพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ในขณะที่บริษัทมองว่าปัจจัยความกังวลดังกล่าวข้างต้นน่าจะอยู่ในยังคุมได้อยู่
งบดุลที่แข็งแกร่ง และ เงินปันผลจะช่วยรองรับราคาหุ้น
เรามองว่าผลประกอบการในครึ่งหลังของปีนี้มีความท้าทายจากสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตาม เราคิดว่าประมาณการกำไรปี 2569 ของเราน่าจะสะท้อนสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยไปแล้ว เราคิดว่างบดุลที่แข็งแกร่ง โดยมีสัดส่วนหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนที่ 0.6x ณ สิ้นงวด 1Q69 น่าจะเป็นตัวช่วยรองรับในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย ในขณะที่การจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ โดยมีอัตราการจ่ายเงินปันผล (payout ratio) ที่ ~80% และ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล ~6% บวกกับโครงการซื้อหุ้นคืน (วงเงินไม่เกิน 3 พันล้านบาท หรือ ไม่เกิน 395 ล้านหุ้น ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม และ 31 สิงหาคม 2569) จะเป็นตัวช่วยรองรับราคาหุ้น
Valuation
เรายังคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F ที่ 7.00 บาท อิงจาก PER ที่ 16.0x (ค่าเฉลี่ยของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก -0.5 S.D.) และ แนะนำ “ซื้อ” HMPRO
Risk
เศรษฐกิจชะลอตัวลง, ขยายสาขาได้น้อยกว่าเป้าหมาย, ราคาพืชผลอ่อนแอ, ภัยธรรมชาติ, สินค้าค้างสต็อกเป็นจำนวนมาก







