มีรายงานว่าเกิดการโจมตีกันใน HORMUZ กดดันน้ำมันดิบ +2.2% เช้านี้มองเป็นปัจจัยกดดันตลาด

MARKET UPDATE

DJIA เมื่อคืนปิดลบ 313 จุด (-0.6%) ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน นอกจากนี้ได้เกิดการโจมตีระหว่างกันที่ช่องแคบ HORMUZ ด้านราคาน้ำมันดิบปิดบวกเมื่อคืนปิดลบ 1.2% แต่เช้านี้ WTI กลับมาเปิดบวก

MARKET OUTLOOK

ปัจจัยต่างประเทศ

เช้านี้ราคาน้ำมันดิบ WTI กลับมา +2.4% ทาง CNBC รายงานว่ามีการโจมตีระหว่างสหรัฐฯกับ IRAN พร้อมกับ Trump ระบุเรือของสหรัฐฯไม่ได้รับความเสียหายใดๆแต่ฝั่งอิหร่านเสียหายอย่างหนักพร้อมย้ำจะจัดการ IRAN อย่างหนักหน่วงหากไม่ทำตามข้อตกลงเร็วๆนี้ ด้านตัวเลขเศรษฐกิจมีการรายงานผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานแต่ก็เป็นไปตามที่คาดการณ์ของตลาด คืนนี้รอติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางและตัวเลขเศรษฐกิจประกอบไปด้วยอัตราการว่างงานและจ้างงานนอกภาคเกษตร Consensus คาดการณ์ที่ 4.3% , 6.5 หมื่นราย หากต่ำคาดจะช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกต่อตลาด เช้านี้พบ KOSPI -1.9% คาดว่าอาจเริ่มเห็นการพักตัวของหุ้นโลกและ TECH SECTOR

ปัจจัยในประเทศ

นักลงทุนรอติดตามผลประกอบการ 1Q26 อย่างวานนี้ทยอยรายงานออกมาพบว่า ADVANC TRUE GPSC ดีกว่าตลาดคาดรวมถึง GULF ที่ Rev +21%YoY EBITDA +27%YoY และกำไร +39%YoY มองเป็นปัจจัยหนุนบรรยากาศการลงทุน จากนี้รอติดตามผลประกอบการที่เหลือ และรัฐบาลเผยรายละเอียดของโครงการคนละครึ่ง + (วงเงิน 4,000 รัฐจ่าย 60 ประชาชน 40) มองบวกกับกลุ่มค้าปลีก (CPAXT CPALL) วันนี้ประเมิน SET อาจปรับลงกรอบ 1480 – 1515 โดยเฉพาะแรงกดดัน TECH เชิงกลยุทธ์การลงทุนอาจเริ่มมองถึงการถือครองเงินสดเพราะตลาดเริ่มไร้ปัจจัยและ Valuation สูง ระยะสั้นเน้นที่ Defensive โรงพยาบาล (BDMS BH) ศูนย์การค้า (CPN) Bank (KBANK)

TOP PICK

TIDLOR 24 Bt

ราคาเป้าหมาย

ผลการดำเนินงานใน 1Q26 แข็งแกร่งที่ 1.6 พันล้านบาท (+35% YoY, +56% QoQ) และ NPL ลดลงที่ 1.47%

CREDIT 21.80 Bt

ราคาเป้าหมาย

Valuation ระดับต่ำที่ 0.8x PBV’26 และ 5.4x P/E’26E บนการคาดการณ์ ROE ที่ 15.5% ในปี 2026

- Advertisement -