บล.ฟิลลิป:
OR 1Q69 กำไรโตต่อเนื่อง
ซื้อ TP’69 : 14.50
งบ 1Q69 ออกมา 2,415 ลบ. เพิ่มขึ้น +16%q-q ปัจจัยที่หนุนการเติบโตเมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้ามาจากธุรกิจ Mobility และ Lifestyle ทั้งนี้จากราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลงตามการผ่อนคลายจากภาวะสงคราม คาดว่าจะช่วยให้ค่าการตลาดฟื้นตัวได้ เช่นเดียวกับราคาหุ้นปรับตัวลงมาสะท้อนปัจจัยลบพอสมควร และ upside เพิ่มขึ้น เราจึงปรับคำแนะนำการลงทุนจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ”
| งบรวม | 1Q69 | 4Q68 | 1Q68 | % y-y | % q-q |
| กำไร | 2,415 | 2,078 | 4,379 | -44.9 | +16.2 |
| EPS | 0.20 | 0.17 | 0.36 | -44.9 | +16.2 |
หมายเหตุ: กำไร = ล้านบาท, EPS = บาท
-
1Q69 กำไรโตต่อเนื่อง : งบ 1Q69 ออกมา 2,415 ลบ. ลดลง -45%y-y แต่เพิ่มขึ้น +16%q-q ปัจจัยที่หนุนการเติบโตเมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้ามาจากธุรกิจ Mobility และ Lifestyle โดย Mobility มี EBITDA เพิ่มขึ้น +60%q-q จากปริมาณขายเพิ่มขึ้นตามความต้องการที่สูงกว่าปกติในช่วงสงครามตะวันออกกลาง และคชจ.ดำเนินงานลดลง แม้กำไรขั้นต้นต่อลิตรจะลดลงจาก 1.02 บาทต่อลิตร เหลือ 0.74 บาทต่อลิตร เนื่องจากภาวะสงครามและมีการตรึงราคาน้ำมันหน้าปั๊ม ด้านธุรกิจ Lifestyle EBITDA เพิ่มขึ้น +20%q-q แม้ยอดขายส่วนนี้ลดลงจากปัจจัยฤดูกาล แต่มีคชจ.โฆษณาลดลงช่วยหนุน เช่นเดียวกับยอดขาย Café Amazon ยังโตต่อเนื่องเป็น 112 ล้านแก้ว +2.8%q-q ด้านธุรกิจ Global โดยรวมดีขึ้นจากประเทศฟิลิปปินส์และลาว ที่กำไรขั้นต้นดีขึ้น
-
ปัจจัยกดดันเริ่มผ่อนคลาย: จากราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลงตามการผ่อนคลายจากภาวะสงคราม คาดว่าจะช่วยให้ค่าการตลาดฟื้นตัวได้ เช่นเดียวกับราคาหุ้นปรับตัวลงมาสะท้อนปัจจัยลบพอสมควร และ upside เพิ่มขึ้น เราจึงปรับคำแนะนำการลงทุนจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ”







