บล.เอเซีย พลัส: 

TIDLOR กำไรดีกว่าคาด…พร้อมกันชนสูง (Buy)

Flash Points

  • กำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 1.6 พันล้านบาท สูงกว่าฝ่ายวิจัยและตลาดคาด 18% – 19% จากการลดระดับของ Credit cost ดีกว่าคาด หลัง Coverage ratio ยืนสูงถึง 340% (บ. แม่ อย่าง BAY มี Coverage ratio เพียง 130%) สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ใน การควบคุม (NPL ที่ 1.47% จาก 1.54% ณ สิ้น 4Q68) และกันชนต่อความเสี่ยงข้างหน้า

  • กำไรฯ เติบโต 35% YoY (+56% QoQ จาก OPEX ลดตามฤดูกาล) เพราะกำไรก่อน สำรอง (PPOP) ขยายตัวตามคาด 10% และระดับ Credit cost ข้างต้น

  • NII เพิ่มขึ้น 9% YoY เหตุเพราะ Loan spread ที่ 15.2% กว้างขึ้น 60 bps จากทั้ง Yield on loan และ Cost of fund ตามการ Repricing หุ้นกู้

  • Credit cost ที่ 1.7% (คาด 2.8%) ดีขึ้นจาก 3.0% งวด 1Q68 เพราะมีการใส่สำรองส่วน เพิ่มเพื่อรองรับความเสี่ยงล่วงหน้า (Management Overlay) แล้วในปีที่ผ่านมา

  • TIDLOR จะจัด Earning call (Opp Day) 11 พ.ค. (9.15 – 10.00 น.) และประชุม นักวิเคราะห์ในวันเดียวกัน (10.00 – 11.00 น.)

Impact Insight

  • กำไรสุทธิ 1Q69 คิดเป็นสัดส่วน 30% ของประมาณการกำไรฯ ทั้งปีฝ่ายวิจัย (5.4 พันล้านบาท เพิ่ม 10%) และตลาด

  • แนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์ข้างหน้า (Credi cycle) ยังมีความท้าทายจากแรงกดดันด้าน ค่าครองชีพ (Cost of living) ในกลุ่มฐานราก ตามภาวะ Cost push inflation แต่ระดับ Coverage ratio ค่อนข้างสูง จะเป็นกันชนต่อความเสี่ยงในระยะถัดไป

  • การตั้ง Credit cost งวดนี้ต่ำกว่าในอดีต ทำให้ทิศทาง Credit cost รายไตรมาสยังมี ความผันผวน อย่างไรก็ดีเมื่อเทียบกับเป้าทั้งปีที่ 2.5% – 2.8% (สมมติฐานฝ่ายวิจัยที่ 2.9%) มีแนวโน้มไม่เกินกรอบเป้าหมาย จากปัจจัยหนุนด้าน Coverage ratio ข้างต้น

  • Sensitivity Analysis ทุก 20 bps ของ Credit cost ที่เปลี่ยนแปลง จะส่งผลต่อกำไร 3%

  • กล่าวโดยสรุป กันชนที่มีอยู่สูง ยังเป็นปัจจัยช่วยจำกัด Downside ต่อประมาณการ

Execution

  • อิง GGM (ROE ที่ 14%) ให้ PBV ที่ 1.6 เท่า ได้ FV ที่ 22 บาท (เทียบเท่า PER ที่ 12 เท่า) คงแนะนำ ซื้อ จากระดับกันชนที่มีสูงสุดในกลุ่มฯ ช่วยให้รับมือกับความ ผันผวนของเศรษฐกิจมหภาคในปัจจุบันได้ดี ในขณะที่ PER ซื้อขายที่ 8.8 เท่า มองว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของกำไรฯ

- Advertisement -