บล.เอเซีย พลัส: 

PETROLEUM & CHEMICAL: ราคาน้ำมันดิบผันผวน จากสงครามที่ยังไม่มีข้อสรุป (Overweight)

Event Snapshot

  • ราคาน้ำมันดิบ Dubai, Nymex, และ Brent เฉลี่ยปรับตัวลดลง 4.20%wow, 5.28%wow และ 4.75%wow มาอยู่ที่ 101.36, 93.64, และ 104.69 เหรียญฯ/บาร์เรล ตามลำดับ

  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์เฉลี่ยวันที่ 4 – 7 พ.ค. 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.50%wow มาอยู่ที่ 24.29 เหรียญฯ/บาร์เรล

  • ราคา LNG JKM ตลาดเอเชียเฉลี่ยวันที่ 4-7 พ.ค. 2569 เพิ่มขึ้น 0.11 จากค่าเฉลี่ยในสัปดาห์ก่อนหน้า (+0.66%wow) มาอยู่ที่ 17.53 เหรียญฯ/ล้านบีทียู

Impact Insight

  • ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงกดดันจากความหวังด้านสันติภาพหลังจากมีรายงานว่าสหรัฐฯและอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงหยุดยิง และการกลับมาเดินเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยในบางส่วน อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันยังมีแรงหนุนระหว่างสัปดาห์ จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยังเกิดขึ้นเป็นระลอก ทั้งเหตุโดรนและขีปนาวุธอิหร่านโจมตีเขตอุตสาหกรรมน้ำมันใน UAE รวมถึงการปะทะกันประปรายในอ่าวเปอร์เซียระหว่างกองทัพสหรัฐฯและอิหร่าน นอกจากนี้ EIA รายงานสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ สัปดาห์ล่าสุดลดลง 2.3 ล้านบาร์เรล แต่ยังน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลง 3.4 ล้านบาร์เรล

  • ค่าการกลั่นปรับตัวเพิ่มขึ้น WoW หนุนจากปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปในสิงคโปร์ที่ลดลง และความต้องการในเอเชียที่เพิ่มขึ้นในช่วงหยุดยาวของหลายประเทศ

  • ราคา LNG พลิกกลับมาเพิ่มขึ้น WoW จากกลุ่มลูกค้าในภูมิภาคเอเชียที่เริ่มสำรอง LNG เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้นในช่วงฤดูร้อน

Execution

  • กลุ่มปิโตรเลียม คาดความเสี่ยงทางสงครามที่ยังมีอยู่จะเป็นแรงหนุนต่อทิศทางราคาน้ำมันให้ยืนอยู่ในระดับสูง โดยฝ่ายวิจัยกำหนดสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปี 2569-70 อยู่ที่ 80 และ 75 เหรียญฯ/บาร์เรล ตามลำดับ ส่วนปี 2571 เป็นต้นไป ทรงตัวที่ 70 เหรียญฯ/บาร์เรล สามารถ trading PTTEP (FV@170B) ช่วงสั้นตามทิศทางราคาน้ำมันได้

  • กลุ่มโรงกลั่น ค่าการกลั่น spot ยังมีความผันผวนจากภาวะสงคราม โดยผลประกอบการงวด 1Q69 น่าจะโดดเด่นมาจากต้นทุนที่ต่ำในช่วงเดือน มี.ค. แต่ราคาหุ้นในกลุ่มฯ ได้ปรับตัวขึ้นสะท้อนปัจจัยบวกไปแล้วระดับหนึ่ง

  • กลุ่มปิโตรเคมี คาดได้รับผลบวกจากราคาปิโตรเคมีที่น่าจะผ่านจุด bottom ไปแล้วในปีที่ผ่านมา และความกังวล supply shortage จากสภาวะสงคราม เป็นบวกต่อผลประกอบการงวด 1Q69 และ 2Q69 โดยหุ้นที่ยังมี upside เหลือ แนะนำ IVL (FV@29B) ซึ่งจะได้ผลบวกเพิ่มเติมจากช่วง High season ของ PET

- Advertisement -