บล.เคจีไอ (ประเทศไทย): 

Tidlor Holdings (TIDLOR.BK/TIDLOR TB)*

ค่าใช้จ่ายสำรองฯ (Credit cost) ต่ำเกินไปใน 1Q69

Event 

อัพเดตแนวโน้ม  

Impact 

มีสำรองฯส่วนเกินสูงเป็นทุนในการจัดการคุณภาพหนี้ 

ผลประกอบการ 1Q69 ของ TIDLOR ออกมาแข็งแกร่ง เป็นผลจากค่าใช้จ่ายสำรองฯ (credit cost) ลดลงอย่างมากเป็น 1.7% (จาก 3.3% ใน 4Q68 และ 2.8% ในปี 2568) ผู้บริหารเผยว่า credit cost ที่ต่ำสะท้อนถึงการตัดหนี้สูญที่น้อยมาก ซึ่งเป็นต่อเนื่องจากไตรมาส 4/25 ที่ผ่านมาซึ่งมีการตั้งสำรองฯ และตัดหนี้สูญจำนวนมากไปแล้ว อย่างไรก็ตามความผันผวนของการคชจ.การตั้งสำรองฯ ยังคงอ่อนไหวไปกับภาวะเศรษกิจในประเทศที่ผันผวน และ ลูกหนี้ที่สมัครร่วมโครงการคุณสู้เราช่วย ซึ่งจะมีการปรับเพิ่มค่างวดผ่อนชำระหนี้ให้สูงขึ้น ถึงแม้จะเผชิญกับอุปสรรคทางเศรษฐกิจ แต่ผู้บริหารยังตั้งเป้า credit cost เต็มปีไว้ในช่วง 2.2–2.8% โดยมีสัดส่วน NPL coverage อยู่ที่ 340% ซึ่งผู้บริหารคิดว่าเพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจแล้ว  

ค่าใช้จ่ายที่ต่ำอาจจะสูงขึ้นในไตรมาสถัดไป 

เรามอว่ามีหลายปัจจัยเพิ่มเติบที่เอื้อทำให้คชจ.สำรองฯ ลดต่ำใน 1Q69 ซึ่งได้แก่ การที่มีเม็ดเงินสะพัดมากขึ้นในช่วงเลือกตั้ง, การเปลี่ยนตัวทีมผู้บริหารระดับสูง ซึ่งทำให้มีการปรับเปลี่ยนนโยบายการตั้งสำรองฯ และฐานที่สูงจากการตัดหนี้ หนี้เสียในไตรมาสก่อนหน้า ทั้งนี้ จากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่อ่อนแอลงซึ่งกลุ่มผู้มีรายได้น้อยต้องเผชิญ เราเชื่อว่าบริษัทจะไม่สามารถรักษาระดับคชจ.สำรองฯ (credit cost) ที่ต่ำใน 1Q69 ได้ และ น่าจะต้องเพิ่มขึ้นในไตรมาสต่อ ๆ ไป  

ปรับกลยุทธ์ระยะยาว 

การที่บริษัทได้รับอันดับเครดิต A- จาก Japan Credit Rating Agency (JCR) บ่งบอกว่า TIDLOR กำลังมองหาโอกาสในการระดมเงินทุนจากต่างประเทศ ซึ่งกลยุทธ์นี้จะช่วยให้บริษัทหาเงินทุนระยะยาวได้ แต่ไม่น่าจะช่วยให้ต้นทุนการระดมเงินลดลง นอกจากนี้ เราคาดว่าบริษัทน่าจะปรับนโยบาย credit cost ตามสัดส่วนสินเชื่อ (loan mix) ซึ่งเน้นไปทางกลุ่มที่มีความเสียงต่ำลง ซึ่งจะส่งผลต่อนโยบายการจ่ายเงินปันผลในระยะยาวของ TIDLOR เราเชื่อว่าสัดส่วน D/E ที่อยู่ต่ำกว่า 2x น่าจะทำให้อัตราการจ่ายเงินปันผล (dividend payout) สูงขึ้นจากระดับปัจจุบันที่ 30% ทั้งนี้ หากจะปรับสถานะมาเป็นหุ้นปันผล TIDLOR ต้องเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลเป็น >50% 

ปรับประมาณการกำไรปี 2569F/2570F และ ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2569F เป็น 15.50 บาท 

เราปรับประมาณการกำไรเพื่อสะท้อนถึงการปรับลดสมมติฐาน credit cost ปี 2569F/2570F ลง 50bps เป็น 2.8%/2.8% (จาก 3.3%) ในขณะเดียวกัน เรายังคงประมาณการอัตราการขยายตัวของสินเชื่อไว้ที่ 5%/7% ทั้งนี้ จากความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพสินทรัพย์จากการที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น เราจึงยังคง PE ไว้ที่ 8.5x ทำให้ได้ราคาเป้าหมายปี 2569F ใหม่ที่ 15.50 บาท จากเดิม 14.6 บาท ทั้งนี้ เนื่องจากเหลือ upside ถึงราคาเป้าหมายจำกัด เราจึงยังคงคำแนะนำขาย TIDLOR 

Risks 

ราคารถมือสองลดลงอีก, NPL เพิ่มขึ้น, credit cost ผันผวน. 

- Advertisement -