บล.เอเซีย พลัส:

IRPC 1Q69 กำไรสุทธิดีกว่าคาดจากกำไรสต๊อก น่าจะเป็นพีคของปีไปแล้ว (Sell)

Flash Points

  • IRPC รายงานผลการดำเนินงานสุทธิ 1Q69 พลิกกลับเป็นกำไรสุทธิสูงถึง 7.9 พันล้านบาท จากขาดทุน 557 ล้านบาท ในงวดก่อนหน้า ซึ่งดีกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ โดยส่วนแตกต่างหลัก มาจากกำไรสต๊อกน้ำมันรวม NRV และ Hedging ที่สูงกว่าคาด โดยบันทึกถึง 9.9 พันล้านบาท จากขาดทุนสต๊อกฯ 2.4 พันล้านบาท ในงวดก่อนหน้า ถึงแม้ในงวดนี้จะบันทึกกลับเป็นขาดทุนจาก Oil Hedging 2.0 พันล้านบาท จากกำไรฯ 258 ล้านบาท ในงวดก่อนหน้า

  • แต่หากพิจารณาเฉพาะผลการดำเนินงานปกติ 1Q69 พบว่าเป็นไปตามที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ โดยกำไรปกติปรับตัวเพิ่มขึ้น 75.1%qoq มาอยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท เป็นไปตาม Market GIM ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 13.2 จาก 11.6 เหรียญฯ รับผลบวกหลักจาก spread ปิโตรเลียมที่เพิ่ม ขึ้นมาที่ 11.8 จาก 8.5 เหรียญฯ ถึงแม้ spread ปิโตรเคมี จะลดลงมีนัยฯมาอยู่เพียง 0.6 จาก 2.1 เหรียญฯต่อบาร์เรล เนื่องจากราคาขายปิโตรเคมีส่วนใหญ่จะเป็นการกำหนดราคาขายล่วงหน้าราว 1-1.5 เดือน ดังนั้นราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นช่วงสงครามในเดือน มี.ค. จะไปรับรู้ในช่วง 2Q69 รวมถึงมีสัดส่วนการขายราว 10% มีการกำหนดราคาขายระยะยาวไปแล้ว

Impact Insight

  • จากการประชุมนักวิเคราะห์มุมมองยังสอดคล้องกับฝ่ายวิจัยสำหรับ Outlook 2Q69 ที่ให้น้ำหนักผลการดำเนินงานปกติไปที่กลุ่มปิโตรเคมีที่จะเพิ่มขึ้น QoQ รับอานิสงค์เต็มที่จาก ภาวะสงครามหลังจาก 1Q69 ยังไม่ได้รับผลบวกของราคา และ spread ปิโตรเคมีทั้ง PE และ PP ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เกิดสงครามในเดือน มี.ค. ถึงปัจจุบัน ส่วนธุรกิจโรงกลั่นนั้นแม้ค่าการกลั่นตั้งแต่ต้นเดือนเม.ย.ถึงปัจจุบันปรับตัวขึ้นมาเฉลี่ยอยู่ในระดับ 30-40 เหรียญฯต่อบาร์เรล (อ้างอิงตลาดสิงคโปร์) แต่จากนี้ไปหากสงครามเริ่มคลี่คลายคาด spread ปิโตรเลียมจะทยอยปรับตัวลดลงในช่วงที่เหลือของไตรมาสได้ ประกอบกับจะถูกกดดันจากต้นทุนน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นมีนัยฯสะท้อนจาก Crude Premium ที่คาดจะเพิ่มขึ้นจาก 0.43 เหรียญฯ ใน 1Q69 มาอยู่ราว 15-20 เหรียญฯ รวมถึงรับรู้ผลกระทบจากการแทรกแซงของภาครัฐในการลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ณ โรงกลั่น 2-5 บาทต่อลิตร อย่างไรก็ตามส่วนของ Bottom line 2Q69 คาดจะไม่ได้รับผลบวกจากกำไรสต๊อกสูงเช่น 1Q69 และมีโอกาสที่จะพลิกกลับมาเป็นขาดทุนสต๊อกฯได้หากสงครามจบเร็ว

Execution

  • คงมูลค่าพื้นฐานสิ้นปี 2569 อยู่ที่ 1.8 บาทต่อหุ้น ลดคำแนะนำเป็น Sell หลังจากก่อนหน้านี้แนะนำ Trading รับงบ 1Q69 ที่โดดเด่น และราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องหลังจากออกบทวิเคราะห์ไปจนราคาหุ้นปัจจุบันเต็ม FV แล้ว ประกอบกับงบ bottom line น่าจะผ่านจุดสูงสุดรายไตรมาสไปแล้วใน 1Q69 ถึงแม้คาดกำไรปกติ 2Q69 จะยังดีก็ตามแต่ก็ไม่น่าเด่นมาก

- Advertisement -