บล.พาย:
TCAP: Thanachart Capital PCL
เติบโตชะลอตัวในปี 2026 แต่เงินปันผลสูง
คงคำแนะนำ “ถือ” และปรับเพิ่มมูลค่าพื้นฐานเป็น 64 บาท (เดิม 60 บาท) จากการปรับประมาณการการเติบโตของกำไรสูงขึ้น คำนวณด้วยวิธี GGM (ROE 9%, TG 2%) อิง 0.8x PBV’26E เทียบเท่า 8.3x PE’26 ผลการดำเนินงานในปี 1Q26 กำไรสุทธิเติบโต YoY และ QoQ หนุนจากสำรองหนี้ฯ ลดลง และค่าใช้จ่ายจากธุรกิจประกันลดลง อย่างไรก็ดีแนวโน้มใน 2Q26 คาดกำไรสุทธิจะลดลง QoQ จากสำรองหนี้ฯ ที่เพิ่มขึ้นเป็นระดับปกติ และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง ขณะที่กำไรจะทรงตัว YoY สำหรับในปี 2026 คาดกำไรสุทธิเติบโตในอัตราชะลอตัวที่ 5% ทั้งนี้ TCAP มีสภาพคล่องที่สูงจากผลกำไรที่ขยายตัวต่อเนื่อง คาดผลตอบแทนเงินปันผลที่ 6.3% ในปี 2026
กำไรใน 1Q26 สูงกว่าคาด เพราะสำรองหนี้ฯ ลดลง
-
กำไรสุทธิออกมาที่ 2.1 พันลบ. (+24% YoY, +15% QoQ) สูงกว่าคาด 15% เพราะสำรองหนี้ฯ ต่ำคาด แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะลดลง แต่กำไรเติบโต YoY และ QoQ เนื่องจาก 1) ค่าใช้จ่ายจากการรับประกันภัยลดลงหลังจากกระแสค่าใช้จ่ายลดลง และ 2) สำรองหนี้ฯ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (-86% YoY, -75% QoQ) ส่วนหนึ่งจากสำรองหนี้ฯ ของ THANI ลดลง และการลดลงจากการเงินลงทุนใน บมจ. การบินไทย (THAI)
-
NIM ลดลงที่ 3% (-20 bps YoY, -14 bps QoQ) จากอัตราผลตอบแทนสินเชื่อลดลง
-
สินเชื่อรวมลดลง 1.5% QoQ (-12.2% YoY) จากการลดลงของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ของ บมจ. ราชธานีลิสซิ่ง (THANI) เป็นหลัก
-
ด้านงบดุล หนี้เสียค่อนข้างทรงตัว แต่เพราะฐานสินเชื่อที่ลดลง ทำให้ NPL ratio เพิ่มขึ้นเป็น 6.6% อย่างไรก็ดี Credit cost ลดลงที่ 24 bps (-70 bps QoQ) ส่งผลให้ Coverage ratio ลดลงเหลือ 83.8% และ Stage 2 ratio ลดลงที่ 9.3% (4Q25: 10.3%)
การเติบโตของกำไรชะลอตัวในปี 2026
-
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นราว 2% ในปี 2026-27 จากการปรับลดสำรองหนี้ฯ ลง หลังจากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ฯ ใน 1Q26 ลดลงมากกว่าคาด ดังนั้น คาดกำไรสุทธิในปี 2026 จะปรับเพิ่มขึ้น 5% จากสำรองหนี้ฯ ปรับลดลง ซึ่งเป็นการชะลอตัวจากการขยายตัว 16% ในปี 2025 อย่างไรก็ดี คาดกำไรในปี 2027 จะปรับลดลง 5% จากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสียของบริษัทร่วมและการร่วมค้าลดลง
-
TCAP มีสภาพคล่องส่วนเกินทำให้ปรับเงินมาลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจด้านการเงินที่มีความชำนาญ เช่น การลงทุนการเงิน และธุรกิจประกันภัย อย่างไรก็ดี คาดว่าจะสามารถจ่ายเงินปันผลได้สูงสม่ำเสมอ โดยคาดจะจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นเป็น 3.7 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 6.3% ในปี 2026 บนสมมติฐานอัตราการจ่ายเงินปันผลใกล้เคียงกับในปี 2025 ที่ 48%
-
แนวโน้มใน 2Q26 คาดว่ากำไรสุทธิจะลดลง QoQ จากใน 1Q26 จากสำรองหนี้ฯ ที่เพิ่มขึ้น และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง ขณะที่กำไรแนวโน้มทรงตัว YoY จากใน 2Q25







