ข่าวเศรษฐกิจ / อุตสาหกรรม / ตลาดหลักทรัพย์ฯ

SET ปรับ 12 มาตรการกำกับดูแล ลด Tick Size-สกัด HFT ป้องกันลดชั้นจาก MSCI/FTSE

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ประกาศปรับมาตรการกำกับดูแลการซื้อขาย 12 มาตรการ เพื่อเสริมความน่าเชื่อถือและป้องกันการลดชั้นจาก MSCI หรือ FTSE หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการปรับ Tick Size ให้แคบลงสำหรับหุ้นราคา 5-50 บาท เช่น หุ้นราคา 10-25 บาท ลดจาก 0.10 บาทเหลือ 0.05 บาท เพื่อลด Spread และเพิ่มสภาพคล่อง นอกจากนี้จะเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มสำหรับกลุ่มที่มี OTR เกิน 100 เท่าและส่งคำสั่งเกิน 30,000 รายการต่อวัน ในอัตรา 0.15 บาทต่อรายการ เพื่อสกัดการส่งคำสั่งหลอกจาก HFT รวมถึงปรับเกณฑ์ Uptick Rule ให้บังคับใช้เมื่อหุ้นลดลง 10% ขึ้นไป และยกเลิก Minimum Resting Time (MRT) คาดเริ่มบังคับใช้ภายใน Q3/2569 ตั้งเป้าคงไว้ไม่ต่ำกว่า 18 เดือน เปิดรับฟังความคิดเห็นถึง 23 พฤษภาคม 2569

ก.ล.ต. ชี้แจงกรณี FSX ใช้สิทธิ RO ไม่ผิดเกณฑ์ พร้อมบูรณาการสืบสวนเงินทุนเทา

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกมาชี้แจงว่าการใช้สิทธิ Rights Offering (RO) ของ FSX ตามสัดส่วนไม่ผิดเกณฑ์ และได้รับยกเว้นหน้าที่ Tender Offer โดยข้อยกเว้นกรณี RO มีมาตั้งแต่ปี 2538 และได้รับการปรับปรุงให้เข้มงวดขึ้นในปี 2562 โดยให้ยกเว้นเฉพาะกรณีใช้สิทธิ RO ตามสัดส่วนเท่านั้น กรณี FSX ที่เพิ่มทุนในปี 2568 ผู้ถือหุ้นที่มีหุ้นข้าม Trigger Point ได้รับยกเว้น เนื่องจากใช้สิทธิไม่เกินสิทธิเดิม ก.ล.ต. ระบุด้วยว่าการเป็นบุคคลในกลุ่มเดียวกันตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ มีหลักเกณฑ์แตกต่างจากการยึดอายัดของ ปปง. พร้อมยืนยันว่าหากพบความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และกำลังบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐหลายแห่งในการรวบรวมพยานหลักฐานเรื่องเงินทุนเทา

FETCO แต่งตั้งไพบูลย์ นลินทรางกูร นั่งประธานกรรมการคนใหม่ มีผล 1 มิถุนายน 2569

สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) มีมติเลือก นายไพบูลย์ นลินทรางกูร เป็นประธานกรรมการแทน ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล โดยจะดำรงตำแหน่งวาระ 2 ปี ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2569 ถึง 31 พฤษภาคม 2571 นายไพบูลย์มีประสบการณ์ยาวนานในวงการตลาดทุน เคยดำรงตำแหน่งประธาน FETCO มาแล้วสองวาระในช่วงปี 2553-2557 และปี 2561-2565 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด และนายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน มีคุณวุฒิ CFA จาก CFA Institute และสำเร็จการศึกษา MBA สาขาการเงินจาก Indiana University สหรัฐอเมริกา

ข่าวบริษัทจดทะเบียนฯ

PTT (Last Price 37.25 บาท YTD return +17.32%)

ปตท. รายงานกำไรสุทธิ Q1/2569 จำนวน 25,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% YoY และ EBITDA เติบโต 22.6% แตะ 115,879 ล้านบาท ธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นหนุนหลักด้วยกำไรสต็อกน้ำมัน 46,000 ล้านบาท ธุรกิจก๊าซปรับดีขึ้นจากโครงสร้างราคา Single Pool ส่วน Q2/2569 เสี่ยงขาดทุนสต็อกหากสถานการณ์คลี่คลาย และประเมินผลกระทบลดราคาดีเซล 6,470 ล้านบาท (ที่มา: ทันหุ้น)

AOT (Last Price 53.25 บาท YTD return -2.29%)

AOT รายงานกำไรสุทธิ Q2 ปีบัญชี 2569 (สิ้นสุด มี.ค. 2569) อยู่ที่ 5,718 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.2% YoY รายได้รวม 18,892 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% รายได้การบิน 9,827 ล้านบาท เพิ่ม 4.7% ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มเพียง 0.5% ส่วน 6 เดือนแรก กำไรสุทธิ 10,371 ล้านบาท ลดลง 0.3% YoY (ที่มา: ทันหุ้น)

CPALL (Last Price 46.75 บาท YTD return +8.09%)

CPALL รายงานกำไรสุทธิ Q1/2569 อยู่ที่ 8,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% YoY สูงกว่าคาด โดยได้แรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจ CVS ที่แข็งแกร่ง เป็นหนึ่งในหุ้นบิ๊กแคปที่ขับเคลื่อนตลาดหุ้นไทยให้ปรับตัวสูงขึ้นในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 (ที่มา: ทันหุ้น)

BCP (Last Price 35.00 บาท YTD return +33.33%)

BCP ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 6,144 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 190.49% YoY หนุนโดยราคาพลังงานโลกและ Inventory Gain 8,299 ล้านบาท รายได้ 142,528 ล้านบาท เพิ่ม 6% YoY EBITDA 17,795 ล้านบาท กำลังกลั่นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 279.8 KBD ค่าการกลั่นพื้นฐาน 18.57 ดอลลาร์/บาร์เรล (ที่มา: ทันหุ้น)

SPRC (Last Price 6.95 บาท YTD return +17.80%)

SPRC ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 228.6 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1,004.2% QoQ ส่วนใหญ่มาจากกำไรสต็อกน้ำมัน 177.5 ล้านดอลลาร์ รายได้รวม 1,626.7 ล้านดอลลาร์ กำไรสุทธิปรับปรุง (ไม่รวมสต็อก) 51.1 ล้านดอลลาร์ อัตรากลั่น 63.2% ลดลงจาก 92.6% เพราะซ่อมบำรุงใหญ่ตามแผน (ที่มา: ทันหุ้น)

CPF (Last Price 19.20 บาท YTD return -11.93%)

CPF รายงานกำไร Q1/2569 ที่ 4,874.80 ล้านบาท ลดลง 43% YoY จากราคาเนื้อสุกรลดลงในหลายประเทศ รายได้ 136,697 ล้านบาท ลดลง 5% กำไรขั้นต้นลดลง 5,156 ล้านบาท ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม 1,367 ล้านบาท ลดลง 2,076 ล้านบาท จากบริษัทร่วมจีน และอนุมัติขายหุ้นซื้อคืน 163.9 ล้านหุ้น (ที่มา: ทันหุ้น)

HANA (Last Price 35.25 บาท YTD return +116.26%)

HANA รายงานกำไร Q1/2569 อยู่ที่ 103.49 ล้านบาท ลดลง 78.45% จากปีก่อนที่มีกำไร 478.11 ล้านบาท รายได้จากการขาย 4,932 ล้านบาท ลดลง 6% YoY กำไรจากการดำเนินงานลดลง 77% เหลือ 103 ล้านบาท รายได้ในสกุลดอลลาร์เพิ่ม 1% แต่บาทแข็งค่า 7% ส่งผลให้รายได้สกุลบาทลดลง (ที่มา: ทันหุ้น)

KLINIQ (Last Price 29.00 บาท YTD return +34.88%)

KLINIQ กำไรสุทธิ Q1/2569 พุ่ง 42.9% เป็น 121.24 ล้านบาท รายได้เพิ่ม 33.5% เป็น 1,086.26 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น 51.6% SSSG เงินสดเพิ่ม 19.5% ขยายสาขารวม 82 แห่ง เพิ่ม 9 สาขา ประกอบด้วย THE KLINIQUE 45 สาขา L.A.B.X 26 สาขา L’CLINIC 8 สาขา กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพิ่ม 37.7% เป็น 289.75 ล้านบาท (ที่มา: ทันหุ้น)

Macro & Policy

  • Kevin Warsh วัย 56 ปี ได้รับการยืนยันจากวุฒิสภาสหรัฐฯ ให้ดำรงตำแหน่งประธาน Federal Reserve คนใหม่ต่อจาก Jerome Powell ด้วยคะแนนโหวตที่ถือเป็นการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของตำแหน่งนี้ ขณะที่ Fed Governor Miran ยื่นใบลาออกพร้อมประกาศสนับสนุน Warsh เป็นประธาน Fed คนต่อไป นอกจากนี้ Treasury Secretary Bessent คาดการณ์ว่าจะเป็นเกิด Disinflation อย่างมีนัยสำคัญ โดยระบุว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจากพลังงานจะลดลงเมื่อสหรัฐฯ ยังคงเพิ่มการผลิตน้ำมัน

  • ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เดือนเมษายน 2569 CPI เพิ่มขึ้น 0.6% รายเดือน และ 3.8% รายปี สูงกว่าคาดที่ 3.7% ส่วน Core CPI เพิ่ม 0.4% รายเดือน และ 2.8% รายปี ขณะที่ PPI เดือนเมษายนพุ่ง 6.0% สูงกว่าคาด ส่งผลให้ Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ทดสอบโซน 4.50% ยอดค้าปลีกทรงตัวตามคาด ส่วน Jobless Claims รายสัปดาห์เพิ่มขึ้นเกินคาดแต่ตลาดแรงงานยังเสถียร นักลงทุนให้ความน่าจะเป็นการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในปีนี้ 39% ขณะที่ Traders ประเมินโอกาส Stagflation ภายในสิ้นปี 2569 ใกล้ 40%

  • วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมาย Clarity Act เพื่อกำกับดูแลอุตสาหกรรม Cryptocurrency ด้วยคะแนน 15-9 ในชั้นคณะกรรมการธนาคาร ถือเป็นชัยชนะเชิงกฎระเบียบสำหรับอุตสาหกรรมคริปโต ด้าน Argentina รายงานอัตราเงินเฟ้อเดือนเมษายน 2.6% ลดลงจาก 3.4% ในเดือนมีนาคม ซึ่งถือเป็นการชะลอตัวครั้งแรกในรอบ 11 เดือน สะท้อนความสำเร็จของมาตรการควบคุมเงินเฟ้อในระยะสั้น

Corporate & Earning

  • Cisco (CSCO) รายงานผลประกอบการ Q3 FY2026 แข็งแกร่ง ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 15% ซึ่งเป็นการขึ้นวันเดียวที่ดีที่สุดในรอบกว่า 2 ทศวรรษนับตั้งแต่ปี 2011 บริษัทรายงานคำสั่งซื้อ AI Infrastructure และ Hyperscaler เกินเป้าที่ตั้งไว้สำหรับการเงิน CEO ประกาศว่าธุรกิจกำลังเข้าสู่ยุค “Networking Supercycle” จากความต้องการ AI ที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้บริษัทยังประกาศลดพนักงานเกือบ 4,000 ตำแหน่ง ด้าน Broadcom (AVGO) ได้รับประโยชน์ตามไปด้วยจากผลงานของ Cisco สะท้อนการเชื่อมโยงเชิงบวกในกลุ่ม Networking

  • Cerebras (CBRS) ผู้ผลิตชิป AI เปิดตัว IPO บน Nasdaq เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 68% ในวันแรก ทำให้ Market Cap. แตะ 9.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ใกล้เคียงแต่ยังต่ำกว่าระดับ 1 แสนล้านดอลลาร์ ถือเป็นหนึ่งใน IPO หุ้น AI บริสุทธิ์ที่โดดเด่นที่สุดในตลาด เทียบเคียงกับ IPO ของ Meta และ Alibaba ในอดีต Applied Materials (AMAT) รายงานรายได้ไตรมาสล่าสุดสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI Infrastructure และอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ที่ยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง

  • Nvidia (NVDA) ได้รับประโยชน์จากการที่สหรัฐฯ เปิดทางขายชิป H200 ให้กับจีน ซึ่งนำมาหารือในการประชุมสุดยอด Trump-Xi ราคาหุ้น NVDA ปรับตัวขึ้น 4.39% ด้าน CEO Jensen Huang ร่วมคณะเดินทางของ Trump ไปยังกรุงปักกิ่ง โดยระบุว่า Trump ขอให้ตนเดินทางไปด้วย ขณะที่จีนยังคงพัฒนาชิป AI ภายในประเทศอย่างต่อเนื่องเพื่อทดแทน Nvidia ที่ยังถูกจำกัดการเข้าถึงตลาดบางส่วน SpaceX กำลังเตรียมยื่น IPO Prospectus ต่อหน่วยงานกำกับดูแลซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในสัปดาห์ถัดจากวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ตลาดคาดว่าจะเป็นการ Debut ที่สร้างสถิติใหม่

  • Versant (VSNT) บริษัทเครือข่ายโทรศัพท์ที่ถูก Spin-off จาก Comcast รายงานผลประกอบการ Q1 ในฐานะบริษัทอิสระครั้งแรก ราคาหุ้นพุ่ง 10% ธุรกิจ Licensing และ Platforms เติบโตเป็นบวก Winklevoss Capital Fund ลงทุน 100 ล้านดอลลาร์ใน Gemini Crypto Exchange ขณะที่ Gemini รายงานรายได้เกินคาดและขาดทุนแคบกว่าที่คาด Lincoln International ยื่นขอ IPO บน NYSE ตั้งราคาที่ 18-20 ดอลลาร์ต่อหุ้น Ford (F) ราคาหุ้นพุ่งเกือบ 20% ในสองวัน จาก Sentiment เชิงบวกต่อธุรกิจพลังงานสะสม

Geopolitics & Risk

  • ประธานาธิบดี Trump และประธานาธิบดี Xi Jinping ประชุมสุดยอดที่กรุงปักกิ่งเป็นเวลา 2 วัน (13-15 พ.ค. 2569) ซึ่งเป็นการพบกันระดับสูงครั้งแรกในรอบเกือบทศวรรษ ทั้งสองฝ่ายตกลงสร้างความสัมพันธ์ที่ร่วมมือกันมากขึ้น ครอบคลุมประเด็นการค้า ภาษี AI แร่หายาก และอิหร่าน Xi เตือนว่าการจัดการไต้หวันพลาดอาจทำให้ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน “ตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง” ขณะที่ Bessent ระบุว่าจะช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ Trump ประกาศจีนจะซื้อเครื่องบิน Boeing 200 ลำ และสหรัฐฯ-จีนวางแผนจัดทำ AI Safety Protocol ร่วมกัน

  • ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านยังคงดำเนินต่อเนื่อง มีรายงานเรือถูกยิงนอกชายฝั่ง UAE และการเจรจาสันติภาพหยุดชะงัก ราคาน้ำมัน Brent ทรงตัวเหนือ 104-106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่จำนวนเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้น ช่วยลดความกังวลด้านอุปทาน Air India ซึ่ง Tata Group และ Singapore Airlines ถือหุ้นร่วม ประกาศยกเลิกเที่ยวบินระหว่างประเทศ 27% มีผลตั้งแต่เดือนมิถุนายน เหตุต้นทุนพุ่งจากผลกระทบสงครามอิหร่าน ด้าน India รายงาน WPI เดือนเมษายนพุ่ง 8.3% สูงสุดในรอบ 3.5 ปี ขับเคลื่อนโดยต้นทุนพลังงาน

- Advertisement -