กังวลสงคราม ขณะรอติดตาม GDP // 1,500-1,520

คาด SET Index แกว่งตัวลง: ท่ามกลางแรงกดดันของภาพสงครามตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอน แต่หวังการประกาศ GDP และ การปรับเป้าหมายของ SET หลังหมดฤดูผลประกอบการจะช่วยพยุง Downside ของตลาด ขณะที่รอจับตาถ้อยแถลงหลังปฏิญาณตนของประธานเฟดคนใหม่

กลยุทธ์การลงทุน

1) งบ 1Q69 ดี + Outlook ดีต่อ : GULF, ITC, KBANK, KTB, GUNKUL, ADVANC, TRUE, AOT, PTT

2) มาตรการรัฐและหุ้นรับ GDP : CPALL, CPAXT, CPN, CRC, WHA, AMATA, SCB, BBL, SCC, STECON, CK

3) หุ้นพลังงาน : PTT, PTTEP, TOP, SPRC, OR

4) ปันผล+Defensive : PT, TACC, TTW, TISCO, VAYU1

  • สงครามยังไม่จบ การรบยังมีต่อ : คาดตลาดหุ้นในเอเชียรับแรงกดดันจากความกังวลในภาพสงครามตะวันออกกลาง ที่แม้สหรัฐและจีนจะเห็นพ้องว่าอิหร่านไม่ควรครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และควรเปิดช่องแคบ Hormuz โดยเร็ว แต่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง กลับยังไม่เป็นไปอย่างที่คาด เนื่องจาก อิสราเอล ยังเดินหน้าโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทางตอนใต้ของเลบานอนอย่างต่อเนื่อง แม้มีสนธิสัญญาหยุดยิงซึ่งได้ขยายออกไปอีก 45 วันก็ตาม ทำให้ความตึงเครียดในพื้นที่ตะวันออกกลางยังมี เช้านี้ราคาน้ำมันดิบ WTI ดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 102 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ Dollar Index ดีดตัวขึ้นใกล้ระดับ 100 จุด ท่ามกลางการเร่งตัวขึ้นของ Vix Index มาที่ 18.43 จุด สะท้อนความกังวลของตลาด ขณะที่ Bond Yields สหรัฐอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแรงแตะระดับ 4.59% ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 1 ปี มองกดดันภาพรวมตลาด และ การลงทุนในวันนี้

  • มอง GDP ไทยและ การปรับเป้าตลาด ช่วยพยุง : คาด Downside จะถูกพยุงด้วยความหวังการประกาศตัวเลข GDP1Q69 จากสภาพัฒน์ซึ่งคาดจะขยายตัว 2.3%y-y โดยข้อมูลเครื่องชี้รายเดือนแสดงให้เห็นว่าหลายองค์ประกอบยังขยายตัวได้ดี ได้แก่ การบริโภคภาคเอกชน การลงทุนภาคเอกชน การส่งออกสินค้า รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่พลิกมาเติบโต (y-y) ในเดือนก.พ.และมี.ค. เป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่ม Domestic นิคมอุตสาหกรรมและ ส่งออกสินค้า นอกจากนี้มองแรงหนุนจากการปรับประมาณการเป้าหมายของ SET หลังทราบผลประกอบการ 1Q69 และมีหุ้นที่ EPS ออกมาดีกว่าตลาดคาดถึง 59.65% ของหุ้นทั้งหมดที่ประกาศผลประกอบการ จะเป็นอีกแรงที่ช่วยพยุงตลาด

  • พาวเวลล์รักษาการต่อไป กังวล CPI รอใส่ใจคุณ Warsh: ธนาคารกลางสหรัฐเผย ขั้นตอนการแต่งตั้ง Kevin Warsh ขึ้นเป็นประธานเฟด เหลือขั้นตอนการสาบานตน จึงให้ พาวเวลล์ รักษาการไปพลางก่อน จนกว่าจะสาบานตนเป็นที่เรียบร้อย ตลาดยังอยู่บนความกังวลหลังภาพตัวเลข CPI และ PPI เดือน เม.ย. ออกมาขยายตัวแรง ดังนั้นถ้อยแถลงของประธานเฟดแบบสั้น(Brief Statement) จะเป็นสิ่งสำคัญที่ตลาดจับตาเพื่อคาดเดาทิศทางของนโยบายการเงินเฟด

+ ปัจจัยเพิ่มเติม –

(+) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า GDP ใน 1Q69 ของภาคการเกษตรไทย ขยายตัว 2.4%y-y ด้วยผลบวกจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเกษตร ทั้งปีอาจขยายตัวได้ถึง 1.5%y-y

(+) กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ R&I (Rating and Investment Information) จากญี่ปุ่น ได้ประกาศยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ระดับ A- พร้อมคงมุมมองความน่าเชื่อถือในระดับที่มีเสถียรภาพ (Stable Outlook) ซึ่งเป็นระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา

(+) เจพีมอร์แกน ประเมินว่า ตลาดหุ้นเกิดใหม่ มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วง 2H69 รับแรงหนุนจากมูลค่าหุ้นที่ยังน่าสนใจ แนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธ.กลาง รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน

(-) มหาลัยหอการค้าไทยชี้ ไทยอาจพลาดการเข้าร่วมเป็น สมาชิก “OECD” เนื่องจากยังเผชิญปัญหาคอร์รัปชันและมีแนวโน้มรุนแรงจนเข้าขั้นวิกฤติได้

Picks of the day

CRC (BUY)

  • เป้าหมาย: 20.60 / 21.10 แนวรับ: 19.60 / 19.80
  • แนวโน้ม 2Q69 ดีต่อ: ภาพรวมยอดขายQTD ยังคงเติบโต โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจ Food ในไทยที่เติบโต และกลุ่ม Hardline ในเวียดนามที่มียอดขายเป็นบวกแข็งแกร่ง นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับปัจจัยหนุนจากการหยุดรับรู้ผลขาดทุนของ Nguyen Kim ในเวียดนามที่เสร็จสิ้นรายการไปเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 รวมถึงการเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก JD Sports Thailand เข้ามาเต็มไตรมาส
  • ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ: ใน 1Q69 บริษัทมียอดต้นทุนทางการเงินลดลงถึง 22.8% y-y จากการลดลงของจำนวนเงินกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถล็อคต้นทุนทางการเงินในระดับต่ำได้ต่อเนื่องจากการออกหุ้นกู้ใหม่ในเดือนพฤษภาคม 2569 ดอกเบี้ยต่ำ มองว่าจะช่วยหนุนกำไรสุทธิ (Bottom Line) ให้เติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

AMATA (BUY)

  • เป้าหมาย: 22.00 / 22.60 แนวรับ: 20.40 / 20.90
  • AMATA งบ 1Q69 ดี: บริษัทประกาศงบ 1Q69 ออกมามากกว่าคาดที่ 1,389 ลบ. +66%y-y +32%q-q โดยมียอดโอนที่ 306 ไร่ สูงขึ้น y-y ส่วนใหญ่โอนในพื้นที่ชลบุรี ทำให้มีรายได้และ GPM-นิคม ปรับตัวดีขึ้น มีราคาขายเฉลี่ย 8.1 ลบ./ไร่ สูงกว่าเฉลี่ย 5-6 ลบ./ไร่
  • 2Q69 แนวโน้มยอดโอนสูงขึ้น y-y ได้ต่อเนื่อง: โดย Backlog ที่สะสมมาตั้งแต่ต้นปีที่ 2.1 หมื่นลบ. อยู่ในระดับสูง ทำให้ปีนี้โอนได้ดี แนวโน้มยอดโอนใน 2Q69 คาดว่าเป็นทิศทางเดียวกันกับไตรมาสแรกที่ผ่านมา โดยยอดโอนจำนวนไร่ที่สูงขึ้น y-y ได้ต่อเนื่อง ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลังจะโอนได้ดีกว่าในครึ่งปีแรก
- Advertisement -