BKD จ่อประมูลงานปีนี้กว่า 2 พันล้านบาท ปักหมุดใช้เทคโนโลยีหนุนผลการดำเนินงาน–ตอบโจทย์ลูกค้า แนวโน้มธุรกิจรับเหมาตกแต่งภายในยังสดใส กลุ่มโรงแรม–โรงพยาบาล–โรงเรียน งานประมูลคึกคัก
BKD ตั้ง “นิธิวัชร์ ทิพย์อัครยอด” นั่งแท่นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ เสริมทัพบริหาร เตรียมความพร้อมประมูลงานปีนี้กว่า 2 พันล้านบาท จากปัจจุบันมี Backlog มูลค่ากว่า 531 ล้านบาท ลุยเดินหน้าสานต่อการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเสริมศักยภาพธุรกิจ ทั้งการผลิตชิ้นส่วนเฟอร์นิเจอร์และระบบติดตามความคืบหน้าโครงการแบบเรียลไทม์ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการผลิตจากโรงงานเป็น 100% ภายใน 5 ปี หวังลดระยะเวลาทำงาน คุมคุณภาพ ลดความผิดพลาด และบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงาน และช่วยหนุนผลการดำเนินงานในระยะถัดไป
บริษัท บางกอก เดค-คอน จำกัด (มหาชน) หรือ BKD แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง แต่งตั้งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ โดยบริษัทได้แต่งตั้ง นายนิธิวัชร์ ทิพย์อัครยอด เข้าดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และมีผลตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
ด้าน นายนิธิวัชร์ ทิพย์อัครยอด ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอก เดค-คอน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทเตรียมเดินหน้านำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เสริมศักยภาพการดำเนินงาน ทั้งในด้านการผลิตและระบบติดตามความคืบหน้าโครงการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า รวมทั้งสนับสนุนการขยายตัวของผลการดำเนินงาน และการรับงานใหม่ในอนาคต โดยภายในปีนี้บริษัทเตรียมที่จะเข้าประมูลงานโครงการภาครัฐและเอกชนมูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท จากปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ หรือ Backlog มูลค่างานรวม 531.92 ล้านบาท รับรู้รายได้แล้ว 230.15 ล้านบาท และยังเหลืองานที่รอรับรู้รายได้อีก 301.76 ล้านบาท
“ปีนี้ภาพรวมธุรกิจรับเหมาตกแต่งภายในยังมีการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรม โรงพยาบาล และโรงเรียน ยังมีการเติบโตที่โดดเด่น มีงานรอประมูลอีกมาก ขณะที่งานโครงการภาครัฐก็ยังมีต่อเนื่อง ซึ่ง BKD ก็มีความพร้อมทุกด้านทั้งเรื่องฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง คุณภาพการให้บริการเป็นที่ยอมรับของลูกค้า” นายนิธิวัชร์ กล่าว
สำหรับด้านการผลิต บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการผลิตชิ้นส่วนเฟอร์นิเจอร์และงานตกแต่งภายในจากโรงงานก่อนนำไปติดตั้งในพื้นที่จริง หรือ Prefab ให้ครบ 100% ภายใน 5 ปี จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนการผลิตจากโรงงานไม่ต่ำกว่า 70% ของแต่ละโครงการ
นายนิธิวัชร์ กล่าวต่อว่า เทคโนโลยี Prefab ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัทในระยะต่อไป เนื่องจากช่วยลดระยะเวลาการทำงาน ควบคุมคุณภาพและมาตรฐานการผลิตได้แม่นยำขึ้น รวมถึงช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะและวินัยในการทำงาน
นอกจากนี้ การผลิตจากโรงงานยังช่วยยกระดับคุณภาพของงานเฟอร์นิเจอร์ให้มีความหรูหรา แข็งแรง และทนทาน โดยทุกชิ้นส่วนผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน และใช้วิธีประกอบแบบเรียบเนียนยึดข้อต่อภายใน ซึ่งจะทำให้งานมีความเรียบร้อยและดูสวยงามมากขึ้น
ในส่วนของนวัตกรรมด้านการตรวจสอบและติดตามความคืบหน้าของโครงการระบบนี้จะสามารถมองเห็นความคืบหน้าของงานได้แบบเรียลไทม์ และช่วยให้บุคลากรทุกระดับสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างทั่วถึงมากขึ้นซึ่งจะมีส่วนช่วยลดความผิดพลาดจากการสื่อสารภายในองค์กร ลดต้นทุนการผลิตที่อาจเกิดจากความคลาดเคลื่อนในการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูล โดยผู้บริหารระดับสูงสามารถติดตามความคืบหน้าของงานในแต่ละไซต์งานได้อย่างสะดวกและรวดเร็วผ่านระบบดิจิทัลเพียงไม่กี่ขั้นตอน
“การพัฒนาระบบดังกล่าวใช้งบประมาณไม่สูง เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้รับ โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน หรือ Efficiency เป็นหลัก เนื่องจากเป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อใช้ภายในองค์กรโดยเฉพาะ จึงเลือกพัฒนาร่วมกับทีมแทนการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทั่วไป เพื่อให้ระบบสามารถตอบโจทย์รูปแบบการทำงานของบริษัทได้อย่างแม่นยำ ครอบคลุม และสอดคล้องกับความต้องการใช้งานจริงมากที่สุด“นายนิธิวัชร์ กล่าว









