บล.ฟิลลิป:

CBG กำไร 1Q69 ลดลง y-y

ทยอยซื้อ TP’69 : 43.25

CBG รายงานกำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 611 ล้านบาท -19.6% y-y โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายในกัมพูชาที่หายไป แต่ยอดขายในประเทศไทยยังแข็งแกร่ง +13% y-y และธุรกิจรับจ้างกระจายสินค้าบุคคลที่สามเติบโตโดดเด่นถึง 20% จากความนิยมในกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้รายรวมทรงตัว y-y แนวโน้ม 2Q69 คาดตลาดต่างประเทศจะฟื้นตัวแบบ double digit q-q จากการรันโรงงานในพม่าเต็มไตรมาส แต่คาดจะเริ่มเห็นแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น คงราคาเป้าหมาย 43.25 บาท ราคาปรับตัวขึ้นมาทำให้ Upside แคบลง แนะนำ “ทยอยสะสม”

งบรวม 1Q69 4Q68 1Q68 % y-y % q-q
กำไร 611 142 760 -19.6 +330
EPS 0.61 0.14 0.76 -19.6 +330

หมายเหตุ: กำไร = ล้านบาท, EPS = บาท

  • กำไร 1Q69 หดตัวลง y-y : กำไรสุทธิ 1Q69 ออกมาที่ 611 ล้านบาท ลดลง 19.6% y-y เกิดจากการลดลงของรายได้เครื่องดื่มต่างประเทศที่ลดลงจากการหายไปของรายได้ในกัมพูชา

  • ยอดขายทรงตัว y-y : ยอดขายรวมอยู่ที่ 5.3 พันล้านบาท ทรงตัว y-y โดย ธุรกิจเครื่องดื่มในประเทศอยู่ที่ 4.5 พันล้านบาท เติบโตแข็งแกร่ง +13% y-y จากกลยุทธ์คงราคา 10 บาท และการขยายเครือข่ายกระจายสินค้า ธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าบุคคลที่สาม เติบโตโดดเด่น +20% y-y จากสินค้ากลุ่มแอลกอฮอล์ที่ได้รับความนิยม ในขณะที่ธุรกิจเครื่องดื่มต่างประเทศลดลง -40% y-y สาเหตุหลักมาจากตลาด CLMV โดยเฉพาะกัมพูชาที่หายไป

  • คาด 2Q69 ต่างประเทศฟื้นตัว แต่ต้นทุนมีโอกาสสูงขึ้น: รายได้ธุรกิจเครื่องดื่มต่างประเทศมีสัญญาณบวกจากโรงงานในประเทศพม่าที่เริ่มดำเนินงานเต็มไตรมาส ซึ่งคาดว่าจะเห็นการเติบโตแบบ double digit q-q อย่างไรก็ดี แนวโน้มต้นทุนพลังงานคาดว่าจะเริ่มได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนโรงงานผลิตขวดแก้วในไตรมาส 2 โดยเราคงประมาณการกำไรปี 2569 ไว้ที่ 2.5 พันล้านบาท ฟื้นตัว 17% y-y จากฐานต่ำในปีก่อน และการฟื้นตัวของรายได้ธุรกิจต่างประเทศ ราคาพื้นฐานที่ 43.25 บาท โดยราคาได้ปรับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมาทำให้ Upside แคบลงเหลือราว 5.5% และคาดการณ์ปันผลปี 2569 ที่ 1.35 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 3.3% ปรับคำแนะนำลงเป็น “ทยอยซื้อ”

- Advertisement -