บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Minor International (MINT.BK/MINT TB)*
โรงแรมในยุโรปที่แข็งแกร่งจะดันให้กำไร 2Q69F เติบโตดี
Event
มุมมองเป็นกลางต่อการประชุมนักวิเคราะห์ล่าสุด
Impact
การเติบโตผลักดันจากยุโรปและการลดหนี้
เรามีมุมมองเป็นกลางหลังการประชุมนักวิเคราะห์ล่าสุด (19 พ.ค. 69) โดยบริษัทยังคงยืนยันเป้าหมายว่ารายได้จะเติบโตเป็นเลขสูงหลักเดียวและอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 15–20% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ซึ่งสูงกว่าประมาณการกำไรปี 2569F ของเราที่ +5% YoY ปัจจัยหนุนหลักปีนี้คาดว่าจะมาจากธุรกิจโรงแรมในยุโรปที่ยังแข็งแกร่งและการลดระดับหนี้ต่อเนื่อง นอกจากนี้ ฝ่ายบริหารยังคงเป้างบดุล โดยตั้งเป้าลด net D/E ลงที่ 0.75–0.85x (จาก 0.88x ใน 1Q69) และลด net debt/EBITDA ลงต่ำกว่า 4x (จาก 4.69x ใน 1Q69) ซึ่งใกล้เคียงเราคาด ทั้งนี้ คาดว่าอัตราส่วนโครงสร้างทางการเงิน (leverage) 2Q69F จะเพิ่มขึ้นชั่วคราวจากเงินกู้ระยะสั้นชั่วคราว (bridge financing) เพื่อ refinance หุ้นกู้มูลค่า US$300ล้าน ที่ครบกำหนด ก่อนจะดีขึ้นช่วงปลายปีหลังการ IPO ของกอง REIT โรงแรมใน 4Q69F ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าราว US$1พันล้าน
ยอดจองในยุโรปยังแข็งแกร่ง…แต่ที่ไทยและมัลดีฟส์ชะลอตัว
ยอดจองล่วงหน้าในยุโรป (74% ของรายได้โรงแรม) ล่าสุดยังคงแข็งแกร่ง โดยเติบโตเป็นเลขต่ำหลักเดียวจากอุปสงค์การเดินทางภายในภูมิภาคที่ยังดีอยู่ ส่วนในเอเชีย ยอดจองในประเทศไทยลดลงเหลือเลขต่ำหลักเดียว YoY ขณะที่ มัลดีฟส์ชะลอตัวที่เลขสูงหลักเดียว YoY แต่อย่างไรก็ดี พบว่าแนวโน้มการจองทั้งสองตลาดเริ่มฟื้นตัว โดยกลับมาเป็นบวกใน พ.ค. และมิ.ย. 69 และฝ่ายบริหารคาดว่า 2H69F จะฟื้นตัวต่อเนื่อง ทางด้านผลกระทบจากตะวันออกกลางยังอยู่ในวงจำกัดเพียงราว 5% ของรายได้และส่วนใหญ่เป็นสัญญารูปแบบ management contract จึงทำให้กำไรมีความเสี่ยงจำกัด ส่วนธุรกิจอาหาร พบว่า อัตราการเติบโตของรายได้ในสาขาเดิม (SSSG) ของพอร์ตโดยรวมลดลงเป็นเลขต่ำหลักเดียว YoY โดยประเทศไทยเติบโตน้อยที่เลขต่ำหลักเดียว แต่จีนเติบโตสูงเป็นเลขสองหลัก แต่ออสเตรเลียและสิงคโปร์ชะลอตัวที่เลขต่ำหลักเดียว YoY
คาดกำไร 2Q69F จะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ
ด้วยแรงหนุนจากธุรกิจในยุโรปที่ยังแข็งแกร่ง ในเบื้องต้นเราคาดกำไร 2Q69F จะเติบโตได้ทั้ง YoY และ QoQ และโมเมนตัมนี้น่าจะดีต่อเนื่องไปถึง 2H69F หลังพบแนวโน้มการจองล่วงหน้าดีขึ้นตั้งแต่ พ.ค.–มิ.ย. 69 ดังนั้น เราคงประมาณการกำไรหลักปี 2569F ที่ 1.02 หมื่นล้านบาท (+5% YoY) จากประโยชน์การลดระดับหนี้เป็นหลัก ขณะที่ คาดรายได้จะทรงตัวใกล้เคียง YoY ในแง่ margin คาดว่าจะทรงตัว (gross margin ที่ 43.6% และ EBITDA margin ที่ 27.2%)
Valuation & action
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” MINT ราคาเป้าหมาย 28.50 บาท อิงจาก EV/EBITDA ปี 2569F ที่ 7x (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต -1 S.D.) ขณะที่ ราคาหุ้นที่ผ่านมาลดลงเพราะกังวลถึงผลกระทบจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ต่อภาคการท่องเที่ยวโลก
Risks
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจกดดันอุปสงค์การเดินทางทั่วโลกนานกว่าคาด








