บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Osotspa (OSP.BK/OSP TB)*

มาร์จิ้นกดดัน…แม้แนวโน้มการเติบโตยังมีเสถียรภาพ

Event 

สรุปสั้น ๆ จากการประชุมนักวิเคราะห์ 1Q69 (มุมมองโดยรวมเป็นกลาง) และแนวโน้มธุรกิจ 

Impact 

ประเด็นหลัก ๆ ส่วนใหญ่ตลาดรับรู้ไปแล้ว แต่มีรายละเอียดเพิ่มเติมบางส่วนจากการประชุมครั้งนี้ 

i) (0) แนวโน้ม 2Q69F: คาดว่ากำไรหลัก 2Q69F ของ OSP จะอ่อนตัวลง QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล แต่ยังเพิ่มขึ้น YoY จาก GPM ดีขึ้นและการประหยัดต้นทุน โดยมีความเป็นไปได้สูงที่ GPM จะลดลงที่ราว 41% (จาก 42.5% ใน 1Q69) แม้จะมีการออกสินค้าพรีเมี่ยมใหม่ ๆ ก็ตาม 

ii) (0) คงเป้ารายได้ปี 2569F จะโตเป็นเลขกลางหลักเดียว โดยคาดลาว (10–15% ของยอดขายต่างประเทศ) จะกลายเป็นตัวขับเคลื่อนหลักรายถัดไป (โต ~20% YoY) แต่เมียนมา (70% ของ ยอดขายต่างประเทศ) เริ่มชะลอตัวจากฐานสูงขึ้นและกฎระเบียบการนำเข้าเข้มงวดขึ้น โดยคาดเมียนมาจะเติบโตชะลอลงจาก 15% ปี 2568 เป็นเลขสูงหลักเดียวปี 2569 อีกทั้ง OSP ยังขยายธุรกิจ กลุ่มของใช้ส่วนตัวไปยังจีน (10% ของยอดขาย) แม้ส่วนแบ่งรายได้จากจีนปัจจุบันยังจำกัด 

iii) (-) ความคืบหน้าเชิงบวกในเมียนมายังค่อนข้างช้า ปัจจุบัน การนำเงินปันผลกลับไทยจากเมียนมา น่าจะใช้เวลานานจากข้อจำกัดของภาครัฐเกี่ยวกับการถอนเงินทุนออก ซึ่งเราเชื่อว่าส่งผลกระทบต่อ Carabao Group (CBG.BK/CBG TB)* เช่นกัน แม้ CBG จะมีประสบการณ์ในการดำเนินงานที่แข็งแกร่งกว่า ขณะที่ OSP สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านใบอนุญาตนำเข้า วัตถุดิบได้ดีขึ้นแล้ว แม้การนำเข้าวัตถุดิบยังน่าท้าทาย ขณะนี้ OSP ยังมีแผนลงทุนราว 100 ล้าน บาท เพื่อสร้างโรงงานบรรจุแห่งใหม่ในเมียนมา (SCOD: กลางปี 2570) สำหรับขวดแก้ว M-150 เพื่อลดความเสี่ยงการนำเข้าและเพิ่ม margin ผ่านต้นทุนขนส่งที่ลดลง 

iv) (-) ราคาน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้น ซึ่งโดยปกติคิดเป็น 1 ใน 3 ของต้นทุนขนส่งอาจทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์ของ OSP (3–5% ของยอดขาย) เพิ่มขึ้นราว 1% ของยอดขายรวมปี 2569F ขณะที่ ต้นทุนการ ดำเนินงานอื่น ๆ ส่วนใหญ่ยังได้ล็อกไว้จนถึง 1H69 โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นแรงกดดันเพียงเล็กน้อย ตั้งแต่ช่วงปลาย 2Q69 เป็นต้นไป  

แนวโน้มเป็นอย่างไร…? 

เราคงกำไรหลักปี 2569-71 เช่นเดิม (ปัจจุบันใกล้เคียง consensus แล้ว) โดยกำไร 1Q69F น่าจะเป็นจุดพีคปีนี้จากต้นทุนการดำเนินงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่เบื้องต้นคาดว่ากำไร 2Q69F จะลดลง QoQ (แต่ยังเติบโต YoY) จากค่าใช้จ่ายการดำเนินงานที่สูงขึ้นกดดัน โดยเฉพาะค่าขนส่งที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน และราคาต้นทุนก๊าซเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ คาดต้นทุนอะลูมิเนียมและบรรจุภัณฑ์อื่น ๆ ก็จะสูงขึ้นชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่ 2H69 ซึ่งเป็นช่วงที่ล็อกราคาทำได้ยากขึ้นและยังตรงกับภาวะชะลอตัว HoH ตามฤดูกาล โดย GPM น่าจะลดลงอยู่ที่ราว 41% (จาก 42.5% ใน 1Q69) ทั้งนี้ ผลการวิเคราะห์ของเราชี้ว่าต้นทุนคชจ. COGS (รวมก๊าซ อะลูมิเนียมและน้ำตาล) ที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ 10% อาจทำให้กำไรหลักปี 2569F ของ OSP ลดลง 3%/2%/2% ตามลำดับ (Figure 4)  

Valuation & action 

เรายืนคำแนะนำ “ถือ” OSP ราคาเป้าหมาย 17.00 บาท อิงจาก PE ที่ 14x (-1.5 S.D.) แม้ปัจจุบัน OSP จะมี valuation ที่น่าสนใจและคาดให้ dividend yield สูง แต่ยังไม่มี catalyst ระยะสั้นที่ชัดเจน อย่างไรก็ดี หากสงครามอิหร่านคลี่คลายลง ราคาหุ้น OSP คาดจะได้รับผลบวกด้วย  

Risks 

การแข่งขันเข้มข้น, เศรษฐกิจชะลอตัว, พฤติกรรมผู้บริโภคและต้นทุนวัตถุดิบต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป 

- Advertisement -