บล.เอเซีย พลัส:
OSP กำไรน่าจะผ่านจุดสูงสุดของปีไปแล้วใน 1Q69 (Sell)
Flash Points
-
เรามีมุมมองเป็นลบจากการประชุมนักวิเคราะห์ของ OSP วานนี้ ถึงแม้ว่าบริษัทมีกำไรเติบโตดีใน 1Q69 จากอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) ที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ดี กำไรใน 1Q69 น่าจะเป็นจุดสูงสุดของปีนี้ เนื่องจาก 1) คาดมาร์จิ้นจะลดลงในช่วงที่เหลือของปีจากต้นทุนผลิตสินค้าที่จะทยอยสูงขึ้นจากผลกระทบของสงคราม 2) ค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันจะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายขายและบริหารปรับตัวสูงขึ้น QoQ ใน 2Q69 และ 3) ยอดขายที่จะชะลอตัวลงในช่วง 2H69 ตามปัจจัยฤดูกาล
-
ในส่วนของทั้งปี 2569 อาจเห็นยอดขายหดตัว YoY (จากเดิมตั้งเป้าหมายเติบโต 4%-6%) เพราะมีความเสี่ยงใหม่ในตลาดต่างประเทศ จากปัญหาด้านการขนส่ง และประเด็นด้านกฎระเบียบเรื่องการนำเข้าในตลาดเมียนมาซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของบริษัท นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีการเปลี่ยนมาตรฐานบัญชีเรื่องผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันยอดขายสินค้ากลุ่มเครื่องดื่มในต่างประเทศตลอดทั้งปีนี้ หลังจากหดตัวแรง 39% YoY ใน 1Q69 โดยเราคาดว่าปัจจัยนี้จะบดบังปัจจัยบวกจากยอดขายจากตลาดในประเทศที่คาดยังเติบโตจากการออกสินค้าใหม่ทั้งในกลุ่มของเครื่องดื่มชูกำลังและของใช้ส่วนตัว รวมถึงผลบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ (ไทยช่วยไทยพลัส)
Impact Insight
-
เบื้องต้นคาดกำไรปกติใน 2Q69 หดตัว QoQ จากทั้งต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ขณะที่ในแง่ YoY คาดกำไรจะทรงตัว จากการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพช่วยให้ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง เป็นปัจจัยช่วยพยุงกำไรแม้ว่ายอดขายและมาร์จิ้นมีแนวโน้มชะลอลงจาก 2Q68
Execution
-
เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ที่ 3.89 พันล้านบาท (+11% YoY) จากแรงหนุนกำไรใน 1Q69 ที่ออกมาและคิดเป็น 30% ของคาดการณ์ทั้งปี พร้อมทั้งคงราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 13.40 บาท (อิง PER ที่ PER ลงเป็น 10.3 เท่า, -1.25S.D.) อย่างไรก็ดี เราปรับลดคำแนะนำลงเป็น “Sell” จากเดิม “trading” เนื่องจาก 1) แนวโน้มกำไรที่น่าจะผ่านจุดสูงสุดของปีไปแล้วใน 1Q69, 2) ความกังวลต่อยอดขายในต่างประเทศเพิ่มขึ้น และ 3) ราคาปัจจุบันที่สูงกว่าราคาเป้าหมาย ซึ่งน่าจะสะท้อนความคาดหวังผลบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐไปพอสมควรแล้ว








