บล.ทรีนีตี้:

พีทีจี เอ็นเนอยี- PTG

Non-Oil โตเด่นช่วยพยุงกำไร แต่ Oil Margin ยังผันผวน ความเสี่ยงเศรษฐกิจอาจจะกดดันปริมาณขายน้ำมัน

Analyst Meeting

Oil เริ่มเห็นสัญญาณของ Margin ที่ดีขึ้น

ผู้บริหารมองว่าสถานการณ์น้ำมันที่ผิดปกติในช่วงปลาย 1Q26 เริ่มคลี่คลายตั้งแต่ปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคม โดย volume เริ่มกลับมาดีขึ้นหลังผู้บริโภคลดการกักตุนและการเดินทางเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น แต่ยังยอมรับว่ายังไม่กลับไปเท่าระดับก่อนเกิดความตึงเครียด เพราะภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังทำให้ผู้บริโภคและภาคธุรกิจระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ฝั่ง Oil ผู้บริหารเน้นว่าบริษัทจะไม่เร่งขยายปั๊มแบบเดิม แต่จะลงทุนเพื่อเพิ่ม productivity ของพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสถานีบริการมากขึ้น เช่น การ renovate พื้นที่ให้สร้างรายได้จาก Non-Oil และ traffic ได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันมีการ monitor ต้นทุนสาขา โดยเฉพาะค่าแรงและจำนวนพนักงานต่อสาขา ผ่านการชะลอรับคนทดแทน turnover ตามธรรมชาติ แทนการลดคนแบบกระทบคุณภาพบริการ

พันธุ์ไทย

ด้านพันธุ์ไทย ผู้บริหารยืนยันว่าการขยายสาขายังเป็นยุทธศาสตร์หลัก แต่โฟกัสจะเปลี่ยนจากการเปิดเพื่อเพิ่ม visibility ไปสู่การเปิดแบบมี purpose และต้องสร้าง productivity ให้ ecosystem มากขึ้น โดยมองว่ากาแฟเป็นธุรกิจที่มี frequency สูงที่สุดใน ecosystem ของ PTG และเป็นจุดตั้งต้นในการดึงลูกค้าเข้าสู่ Max Me เพื่อ cross-sell ไปยังน้ำมัน, Coffee World, Autobacs, Max Mart และธุรกิจอื่น ๆ ในกลุ่ม ผู้บริหารจึงไม่ได้มองพันธุ์ไทยเป็นเพียง stand-alone coffee shop แต่เป็น traffic generator ที่ช่วยเพิ่มความถี่การใช้บริการและเพิ่มมูลค่าต่อสมาชิกในระยะยาว ทั้งนี้บริษัทยังให้ความสำคัญกับคุณภาพการเติบโต ลดความเสี่ยง cannibalization ระหว่างสาขา และใช้ระบบสมาชิก/การสะสมแต้มเป็น engine หลักในการเพิ่ม engagement ของลูกค้า

ความเห็น

Outlook ระยะถัดไป เรามองว่าผลประกอบการมีโอกาสฟื้นตัว QoQ หาก Oil margin กลับสู่ภาวะปกติ หลังสถานการณ์ demand spike และ supply disruption ในเดือนมีนาคมเริ่มคลี่คลาย แต่การฟื้นตัวอาจยังไม่เต็มที่ เนื่องจากผู้บริหารระบุปริมาณการเดินทางและการบริโภคเริ่มกลับมาตั้งแต่ปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคม แต่ยังอาจไม่เท่าระดับก่อนเกิดความตึงเครียด ขณะเดียวกันภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอทำให้การบริโภคและการลงทุนในประเทศยังเป็นแรงกดดัน บริษัทคงเป้าหมายปี 2026 โดยตั้ง CAPEX ที่ 3,500–4,500 ล้านบาท แบ่งเป็น Oil 500–1,000 ล้านบาท, พันธุ์ไทยและ LPG กลุ่มละ 1,000–1,500 ล้านบาท , Non-Oil อื่น 500–1,000 ล้านบาท และธุรกิจใหม่ 500–1,000 ล้านบาท พร้อมคงเป้า volume น้ำมันโต 3–5% YoY, Non-Oil sales โต 30–40% YoY, GP contribution ของ Non-Oil ที่ 40–45% และ EBITDA โต 8–12% YoY ทั้งนี้ยังต้องติดตามความผันผวนราคาน้ำมัน กองทุนน้ำมัน และความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายหน้าสาขา

ระยะสั้นกำไรยังถูกกดดันจาก Oil margin ที่เปราะบางและความผันผวนของต้นทุนน้ำมัน คงราคาเป้าหมายที่ 8.10 บาท อิง Avg PER ที่ 15 เท่า และคงคำแนะนำ ถือ

- Advertisement -