บล.เอเซีย พลัส:
BANK ลมหายใจของ NIM 2: เมื่ออินโดฯ ขยับขึ้นดอกเบี้ย (Neutral)
Flash Points
-
บ่ายวานนี้ ธนาคารกลางอินโดนีเซียปรับขึ้น BI rate 0.5% สู่ 5.25% สูงกว่าที่ตลาดคาด 0.25% สะท้อนวงจรดอกเบี้ยโลก ทยอยเปลี่ยนทิศ เพื่อลดแรงกดดันด้านค่าเงิน และ Cost push inflation
-
วงจรดอกเบี้ยขาขึ้นในต่างประเทศเริ่มขยับ โดยตลาดมอง FED มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยช่วงปลายปี
-
ภาพดังกล่าวหนุนแนวโน้ม NIM ของกลุ่มฯ ผ่านจุดต่ำสุดตั้งแต่ 2Q69 โดยเฉพาะ BBL ที่มีสัดส่วนสินเชื่อต่างประเทศมากกว่ากลุ่มฯ แม้ กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายก็ตาม
Impact Insight
-
ธนาคาร Permata ในอินโดฯ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 10% ของพอร์ตสินเชื่อ BBL และ KBANK ที่มี Bank Maspion (สัดส่วนยังไม่มีนัยฯ ต่อพอร์ต) จะได้ประโยชน์โดยตรงจากการขยับขึ้นของ BI rate
-
หากพิจารณาช่วงสงครามยูเครน – รัสเซีย พบว่า BI rate เคยปรับขึ้นจาก 3.50% สู่จุดสูงสุดที่ 6.25% ส่งผลให้ NIM รายปีของ Permata ขยับจาก 4.3% ในปี 2565 เป็น 4.5% ในปีถัดไป
-
แม้ Cost push inflation จะเป็นแรงกดดันต่อคุณภาพสินทรัพย์ แต่ Coverage ratio ของ Permata ที่ 356% (BBL ที่ 318%) สูงกว่ากรอบบริหารที่ 300% ช่วยรองรับความผันผวนจากเงินเฟ้อและเศรษฐกิจมหภาคได้ในระดับสูง
-
ขณะที่หากธนาคารกลางประเทศอื่นทยอยขึ้น Policy rate ในช่วง 2H69 จะเป็นปัจจัยบวกต่อ NIM ของพอร์ตสินเชื่อลูกค้าต่างประเทศ
-
โดย BBL ที่มีสัดส่วนสินเชื่อต่างประเทศ 23% ของพอร์ต สูงสุดในกลุ่มฯ (ธ.พ. ใหญ่ อื่นสัดส่วนไม่เกิน 5%) ทำให้ทิศทาง NIM มีโอกาสได้ประโยชน์จากวงจรดอกเบี้ยโลกมากกว่า ธ.พ. ให้อื่น แม้ BOT ยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยก็ตาม
-
ประมาณการกำไรฯ กลุ่มฯ ปี 2569–70 ยังไม่ได้รวมผลบวกจากวงจรดอกเบี้ยต่างประเทศ หากผลประกอบการดีกว่าคาด ถือเป็น Upside ต่อประมาณการ
-
Sensitivity Analysis พบว่าทุก 10 bps ของ NIM ที่เปลี่ยนแปลงจากสมมติฐานจะมีผลต่อกำไรฯ ราว 7%
Execution
-
SETBANK YTD ขึ้น 7% เทียบ SET บวก 21% จึงยังมีโอกาสที่ราคาหุ้นจะฟื้นตัวได้ช่วงใกล้ฤดูปันผลระหว่างกาล
-
คงเน้น ธ.พ. ที่มีกันชนสูงและได้ประโยชน์จากเสถียรภาพของ NIM อย่าง KTB ที่พอร์ตสินเชื่ออิงรัฐบาล จะมี Downside จำกัดกว่าในภาวะปัจจุบัน ตามด้วย BBL จากวงจรดอกเบี้ยขึ้นในต่างประเทศ ส่วน KBANK ที่ PBV ซื้อขาย 0.8 เท่า Laggard ธ.พ. อื่นที่ซื้อขายเกิน 0.9 เท่า เป็น Catch-up play







