บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Krungthai Card (KTC.BK/KTC TB)*

โมเมนตัมการเติบโตของกำไรยังแข็งแกร่งต่อเนื่องใน 2Q69

Event 

ประชุมนักวิเคราะห์ และ อัพเดตแนวโน้ม  

Impact 

โมเมนตัมการเติบโตของกำไรยังแข็งแกร่งต่อเนื่องใน 2Q69 

กำไรสุทธิของ KTC ใน 1Q69 เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 17% YoY (เนื่องจากคชจ.สำรองฯ credit cost ลดลง 16% และ ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง 13%) และ คิดเป็น 28% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา ถึงแม้ว่าราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจะกระทบกับการบริโภค แต่ผู้บริหารคาดว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่นี้จะไม่ส่งผลกระทบกับการเก็บเงินสด และ ไม่กระทบกับการจับจ่ายใช้สอยผ่านบัตรเครดิต ทั้งนี้ เนื่องจากฐานลูกค้าหลักของบริษัทอยู่ในกลุ่มพนักงานรัฐวิสาหกิจ และ มีฐานเงินเดือนสูง ซึ่งยอดจับจ่ายใช้สอยผ่านบัตรเครดิตน่าจะยังทรงตัวอยู่ที่เกือบ ๆ 4% (จาก 3.6% ใน 1Q69) 

ยังสามารถคงคชจ.สำรองฯ (Credit cost) ไว้ที่ระดับต่ำได้ 

KTC ยังคง credit cost ไว้ที่ระดับต่ำที่ 5.1% ใน 1Q69 (จาก 4.85% ใน 4Q68 และ 5.3% ในปี 2568) โดย . credit cost ที่ต่ำสะท้อนถึง NPL ที่ลดลงจากทั้งสินเชื่อบัตรเครดิต และ สินเชื่อ P-loan โดย NPL จากบัตรเครดิตลดลง 2% QoQ และ 7% YoY ในขณะที่ NPL จาก P-Loan ลดลง 4% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 9% YoY เรามองว่า NPL ที่ลดลงน่าจะสะท้อนถึงโครงสร้าง ที่แข็งแกร่งของลูกค้า ซึ่งฐานลูกค้าส่วนใหญ่มีรายได้ต่อเดือนสูงถึง >25,000 บาท โดยคิดเป็นกว่า 50% ของพอร์ตสินเชื่อ สำหรับในระยะต่อไป เรามองว่า credit cost ยังต่ำอยู่ และ อาจจะลดลงต่ำกว่า 5% ก็ได้ถ้าหากภาวะเศรษฐกิจดีขึ้น  

เลื่อนการเริ่มดำเนินการตามแผนลงทุนด้าน IT 

สำหรับแผนการลงทุนด้าน IT ที่จะดำเนินการในปี 2569 นั้น น่าจะเริ่มดำเนินการใน 3Q69 แทนที่จะเริ่มใน 2Q69 ซึ่งน่าจะลดแรงกดดันต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานใน 2Q69 และ ทำให้บริษัทสามารถรักษาสัดส่วนต้นทุน/รายได้ไว้ที่ระดับต่ำได้  

ปรับประมาณการกำไรปี 2569F/2570F เล็กน้อย 4%/4%, ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2569F เป็น 36 บาท, แนะนำซื้อ 

เราปรับประมาณการกำไรเพื่อสะท้อนถึงสมมติฐานค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง โดยคาดว่าต้นทุนการระดมเงินจะอยู่ที่ 2.5%/2.4% (ลดลงจากเดิมที่ 2.7%/2.5%) ในขณะเดียวกัน เรายังคงสมมติฐานอัตราการขยายตัวของสินเชื่อปี 2569F/2570F ไว้ที่ 2%/3%, credit cost ที่ 5.3%/5.3%, สัดส่วนต้นทุน/รายได้ที่ 39%/40% (จาก 36% ในปี 2568) ทั้งนี้ เมื่อใช้ PE ที่ 11x (ให้ premium 10% จากค่าเฉลี่ยของกลุ่ม) ทำให้เราได้ราคาเป้าหมายปี 2569F ใหม่ที่ 36.0 บาท (จากเดิม 34.5 บาท) โดยเรายังคงคำแนะนำซื้อ 

Risks 

NPLs เพิ่มขึ้น และ credit cost เพิ่มขึ้น, NIM ถูกกดดัน

- Advertisement -