บล.เคจีไอ (ประเทศไทย): 

Chularat Hospital (CHG.BK/CHG TB)*

คงประมาณการกำไรปี 2569F จากผลงาน 1Q69 แข็งแกร่ง

Event 

ประชุมชี้แจงผลงานและแนวโน้มหลังประกาศงบ 1Q69  

Impact 

ประเด็นหลัก ๆ จากการประชุมเพื่อชี้แจงผลประกอบการ 1Q69 

หลังบริษัทได้รายงานผลประกอบการ 1Q69 น่าพอใจ ด้วยกำไรสุทธิที่ 248 ล้านบาท (+9.9% YoY และ +10.4% QoQ) เราจึงคาดว่า CHG จะสามารถทำกำไรสุทธิปี 2569F ได้ตามประมาณการของเราที่ 991 ล้านบาท (+6.6% YoY) ปัจจุบันกำไรสุทธิ 1Q69 คิดเป็น 25.0% ของประมาณการทั้งปีของเรา โดย CHG ได้จัดประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ เพื่อชี้แจงผลประกอบการ 1Q69 รวมถึงแนวโน้มธุรกิจปีนี้ สรุปประเด็นหลัก ๆ : 

i) รายได้ต่อบิลเพิ่มขึ้น: บริษัทพบว่ารายได้ต่อบิล 1Q69 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและจะเพิ่มต่อเนื่องไปใน2Q69 จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยโรคทั่วไปลดลง แต่มีจำนวนผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนมากขึ้น (โรคหัวใจ มะเร็ง และโรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น) โดยที่ผู้ป่วยที่มีมากขึ้นนี้หนุนจากผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ป่วยจากเมียนมาที่เดินทางเข้ามารับการรักษา โดยที่ปัจจุบันรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติยังทรงตัวที่ 4% ของรายได้รวม (ใกล้เคียงกับปี 2568) 

ii) ผลกระทบต่อผู้ป่วยจากตะวันออกกลาง: จำนวนผู้ป่วย OPD จากตะวันออกกลาง 1Q69 ลดลง 8.4% QoQ ผลจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังยืดเยื้อ แต่อย่างไรก็ดี กลุ่มดังกล่าวนี้ยังเติบโต 6.8% YoY 

iii) นวัตกรรมการรักษา: CHG กำลังนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงเข้ามาใช้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อการรักษา โดยที่ปัจจุบัน CHG มีความเชี่ยวชาญหลัก ๆ ด้าน i) โรคหัวใจ ii) โรคหลอดเลือดสมองและสมอง iii) มะเร็ง iv) ศัลยกรรมมือและไมโครศัลยกรรม v) การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก (gastric sleeve) และ vi) ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน (trauma center)  

คงประมาณการกำไรปี 2569F และ 2570F 

ล่าสุด เราได้ปรับลดประมาณการกำไรลง โดยคาดกำไรสุทธิปี 2569F ที่ 991 ล้านบาท (+6.6% YoY) และปี 2570F ที่ 1.02 พันล้านบาท (+2.9% YoY) ขณะที่ เรามองว่า CHG กำลังยกระดับศักยภาพทางการแพทย์ไปสู่บริการที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น โดยเน้นบริการที่สร้างรายได้ต่อเคสสูงผ่านศูนย์เฉพาะทาง เพื่อรองรับผู้ป่วยได้หลากหลายประเภทที่สามารถทำกำไรได้สูงขึ้น ซึ่งจะช่วยชดเชยผลกระทบเชิงลบจากเศรษฐกิจในประเทศที่ยังอ่อนแอ  

Valuation & action 

เรามองว่าราคาหุ้น CHG ล่าสุดน่าจะได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว นอกจากนี้ การที่ตลาดหุ้นไทยได้ปรับฐานในวงกว้างล่าสุดมีส่วนทำให้ valuation ของบริษัทลดลงไปเป็นหุ้นเชิง defensive มากขึ้น (PE ปี 2569F￾70F อยู่ราว 15x) อีกทั้ง CHG จะยังคงมีสถานะเงินสดสุทธิ กับให้ dividend yield สูง (>5%) ในช่วงอีก 2-3 ปีข้างหน้า ดังนั้น เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” CHG ราคาเป้าหมาย DCF ปี 2569F ที่ 1.75 บาท (WACC ที่ 7.9% และ TG ที่ 1.0%)  

Risk 

ภาวะสงคราม โรคระบาด เศรษฐกิจโลกชะลอตัว และความไม่สงบทางการเมืองรอบใหม่ 

- Advertisement -