บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

C.P. All (CPALL.BK/CPALL TB)*

หนุนจากอัตราการทำกำไรและการควบคุมต้นทุน

Event 

ประชุมนักวิเคราะห์ 

Impact 

SSSG ช่วง QTD ยังเป็นบวก…แต่ต้องติดตามระยะต่อไป 

แม้ผลประกอบการ 1Q69 ของบริษัทจะโดดเด่นและอัตราการเติบโตของรายได้ในสาขาเดิม (SSSG) ช่วง QTD ยังคงเป็นบวก แต่ฝ่ายบริหารยังคงมีมุมมองเชิงอนุรักษ์นิยมและระมัดระวังจากปัจจัยกดดันหลายด้าน ได้แก่ i) กำลังซื้อที่อาจอ่อนแอลงท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้นและ sentiment การใช้จ่ายยังไม่ฟื้นตัว (โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) ของไทยลดลงต่อเนื่องที่ 50.6 ในเม.ย. 69 จาก 51.8 ในมี.ค. 69) และ ii) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ “ไทยช่วยไทยพลัส” ได้แก่ เงินช่วยเหลือ 1,000 บาท/เดือน เป็นเวลา 4 เดือน สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.18 ล้านคนและเงินช่วยเหลือ 1,000 บาท/เดือน เป็นเวลา 4 เดือน สำหรับประชาชนราว 30 ล้านคน โดยกำหนดช่วงใช้จ่ายระหว่าง มิ.ย.-ก.ย. 69 ซึ่งอาจทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคเปลี่ยนไปยังร้านค้าแบบดั้งเดิม (traditional trade) มากขึ้น ทั้งนี้ SSSG ใน 4Q68 ของ CPALL อยู่ที่ -2.0% ซึ่งอยู่ในช่วงโครงการ “คนละครึ่ง” แต่การที่เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลบวกบางส่วนต่อ CPALL จากความสามารถในการผลักต้นทุนไปยังผู้บริโภคผ่านการออกสินค้าใหม่และการปรับขนาดบรรจุภัณฑ์ ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ของเราชี้ว่า SSSG ของ CPALL มีความสัมพันธ์กับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปราว 0.8 

ยังคงเน้นลดผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น 

แนวโน้มต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งต้นทุนด้าน logistics (~2% ของยอดขาย) และต้นทุนสาธารณูปโภค (~2% ของยอดขาย) คาดว่าจะเริ่มเห็นผลกระทบบางส่วนตั้งแต่ 2Q69 เป็นต้นไป แต่อย่างไรก็ดี บริษัทคาดว่าจะสามารถลดผลกระทบดังกล่าวได้ผ่านมาตรการควบคุมต้นทุนและลดการใช้ทรัพยากร นอกจากนี้ การยกระดับมาร์จิ้นของสินค้าด้วยการคัดเลือกสินค้ามากขึ้น (product assortment) รวมถึงความเป็นไปได้ของต้นทุนการเงินที่ลดลงหลังการ refinance จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้เช่นกัน ทั้งนี้ CPALL มีแผนออกหุ้นกู้มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท (อัตราดอกเบี้ย 2.53-2.73%) ซึ่งอาจช่วยประหยัดดอกเบี้ยจ่ายได้ราว 200 ล้านบาทต่อปี 

คาดกำไร 2Q69F จะยังคงดีอยู่ 

ในเบื้องต้น เราคาดว่ากำไร 2Q69 ของ CPALL จะยังดีอยู่และสามารถเติบโต YoY ได้ หนุนจากฤดูร้อนที่มาเร็ว อุณหภูมิที่สูงขึ้น และวันหยุดต่างๆ ขณะที่ ผลกระทบเชิงลบจากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐและต้นทุนที่สูงขึ้น อาจยังไม่สะท้อนเต็มไตรมาส แม้ขณะนี้ กำไร 1Q69 คิดเป็น 30% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา แต่เรายังคงประมาณการกำไรปี 2569 ไว้เช่นเดิม และปล่อยให้ผลประกอบการที่แข็งแกร่งในช่วงต้นปีเป็นส่วนรองรับความไม่แน่นอนที่รออยู่ข้างหน้า 

Valuation & action 

เราคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F ที่ 59.00 บาท อิงจาก PER ที่ 18.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก – 2.0 SD) และคงคำแนะนำ “ซื้อ” CPALL 

Risks 

เศรษฐกิจชะลอตัวลง การขยายสาขาใหม่ได้ช้ากว่าแผนที่วางไว้ disruption จากเทคโนโลยีใหม่ ถูกยกเลิกการใช้เครื่องหมายการค้า 7-Eleven และความเสี่ยงด้าน logistic 

- Advertisement -