บล.พาย:

Automotive: สงครามเริ่มกระทบส่งออก ทำยอดผลิตหดตัว (NEUTRAL)

TOP PICK –

ส.อ.ท. รายงานตัวเลขยานยนต์ประจำเดือน เม.ย. 26 เริ่มได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงกดดันให้การส่งออกรถยนต์ลดลงมากโดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลางที่มีสัดส่วนส่งออกประมาณ 20% ของการส่งออกรวม แม้ว่าในแง่ของยอดขายรถยนต์ในประเทศยังดีอยู่จากผลดีต่อเนื่องจากงาน Motor Show ตัวเลขการผลิตในช่วง 4M26 อยู่ที่ 473,545 คัน (+4%YoY) และคิดเป็นสัดส่วน 32% ของเป้าการผลิตทั้งปีที่ 1.5 ล้านคัน เรามองว่าเป้าการผลิตเริ่มมีความเสี่ยงว่าอาจจะไปไม่ถึง แม้ว่าตัวเลขในช่วง 4M26 จะยังเห็นการเติบโต แต่จากผลกระทบของสงครามที่จะเริ่มเห็นมากขึ้นตั้งแต่เดือน พ.ค. เป็นต้นไปโดยเฉพาะเรื่องเงินเฟ้อ ที่จะกดดันยอดขายในประเทศได้หลังจากหมดผลดีของยอดจองในงาน Motor Show โดยเราจะรอติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงที่เหลือของปี สำหรับผลประกอบการงวด 1Q26 ของกลุ่มยานยนต์มีกำไรโตจากปีก่อนทุกรายได้รับผลดีจากอุตสาหกรรมที่ขยายตัว รวมแล้วจากปัจจัยที่ยังไม่ชัดเจนเราจึงคงน้ำหนักการลงทุนไว้ “เท่าตลาด” เช่นเดิม

ยอดผลิตรถยนต์เดือน เม.ย. 26 อยู่ที่ 103,794 คัน (-0.4%YoY,-22%MoM)

  • สภาอุตสาหกรรมรายงานตัวเลขกลุ่มยานยนต์เดือน เม.ย. 26 มีการผลิตรถยนต์ 103,794 คัน (-0.4%YoY,-22%MoM) ต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดโควิด ถูกกดดันจากสงครามที่ทำให้การส่งออกไปยังตะวันออกกลางลดลงไปกว่า 90%YoY แม้ยอดขายในประเทศยังดีอยู่จากแรงหนุนของงาน Motor Show

  • เทียบกับ เม.ย. 25 เติบโตดีในกลุ่มยอดขายในประเทศ (+3%YoY) ขณะที่การส่งออกลดลงถึง 8%YoY ลดลงมากในตลาดตะวันออกกลาง ส่วนการผลิตลดลงเล็กน้อย

  • เทียบกับ มี.ค. 26 ลดลงแรงในทุกกลุ่มส่วนหนึ่งเป็นผลจากการมีวันหยุดมาก โดยการส่งออกลดลงมากที่สุดถึง 25%MoM

  • ตัวเลขกลุ่ม EV เดือน เม.ย. 26 มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ระดับ 12,512 คัน (+99%YoY,+8%MoM) ขณะที่ยอดขายมีจำนวน 13,991 คัน (+28%YoY,+15%MoM) ด้านการผลิต (นับเฉพาะกลุ่มรถยนต์นั่ง BEV) มีจำนวน 4,716 คัน (-5%YoY,-1%MoM) คิดเป็นสัดส่วน 13% ของการผลิตรถยนต์นั่งในประเทศ หรือ 5% ของการผลิตทั้งหมด การส่งออกเดือนมี.ค. ที่ 1,930 คัน (-38%MoM)

เดือน พ.ค. รอดูตัวเลขส่งออกอีกเดือน

  • ยอดการผลิตในช่วง 4M26 อยู่ที่ 473,545 คัน (+4%YoY) คิดเป็นสัดส่วน 32% ของเป้าการผลิตของสภาอุตสาหกรรมทั้งปีที่ 1.5 ล้านคัน อย่างไรก็ตามด้วยการส่งออกที่เริ่มชะลอตัวตั้งแต่เดือน เม.ย. โดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลางและผลกระทบด้านเศรษฐกิจที่จะเริ่มเห็นมากขึ้นในเดือน พ.ค. อาจจะเป็นปัจจัยที่กดดันต่อเป้าการผลิตโดยรวมได้ โดยเราจะรอดูตัวเลขเดือน พ.ค. อีกครั้งว่าจะเป็นไปในทิศทางใด

  • สำหรับผลประกอบการงวด 1Q26 (FY4Q26 ของ STANLY) ได้รับผลดีจากอุตสาหกรรมที่เติบโตทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นและส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตจากปีก่อนทุกราย นำโดย SAT(+12%YoY) ตามมาด้วย AH (+3%YoY) และ STANLY (+1%YoY)

  • ด้านคำแนะนำการลงทุนด้วยแรงกดดันจากสงครามที่จะเริ่มเห็นมากขึ้นในช่วงที่เหลือของปี ที่อาจจะทำให้การผลิตรถยนต์รวมทั้งปีอาจจะออกมาต่ำกว่าที่คาดได้ เราคงน้ำหนักการลงทุนอยู่ที่ “เท่าตลาด” แม้ว่าผลประกอบการงวด 1Q26 จะออกมาดีทุกรายก็ตาม

- Advertisement -