หวังสันติภาพ หวังเม็ดเงิน แต่กังวล CB / 1,540-1,560

คาด SET Index แกว่งตัวออกข้าง: แรงหนุนจากความคลายกังวลสงครามในตะวันออกกลาง และความคาดหวังเม็ดเงินจากไทยช่วยไทยพลัส 60/40 หากแต่มองทางขึ้นจำกัด ท่ามกลางความกังวลมาตรการกำกับดูแลของตลท.

กลยุทธ์การลงทุน

1) การส่งออกและเกี่ยวข้อง: AAI, AH, AMATA, CPF, EPG, GFPT, ITC, SAT, WHA, WHAUP

2) Anti-com.: AAV, BA, BGRIM, GPSC, SCGP

3) คนละครึ่งพลัส: AEONTS, BEM, CPALL, CPAXT, CPN, ERW, KTB, KTC, TIDLOR, TNP, TRUE

4) Outlook ดีใน 2Q69: GULF, KBANK, MINT, OR, STECON, SPALI

5) คาดเข้า SET50/100 เบื้องต้น: BCP₅₀, BTG₅₀, TFG₅₀, NER₁₀₀, PSL₁₀₀, THCOM₁₀₀

  • ยังคงอยู่ในโหมดคลายกังวลสงคราม: มองการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึง SET Index ยังคงได้ Sentiment เชิงบวกจากความคลายกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สะท้อนจากราคาน้ำมันดิบ WTI (Spot) เช้านี้ ซึ่งเปิดที่ $90.97 ต่อบาร์เรล ซึ่งนับว่าใกล้เคียงกับระดับปิดวานนี้ ภาพข้างต้นเกิดขึ้นจากการที่นักลงทุนมีแนวโน้มให้น้ำหนักกับข่าวสาร/ถ้อยแถลงที่บ่งชี้ไปสู่การเจรจาสันติภาพเป็นหลัก โดยปธน.ทรัมป์ระบุเมื่อคืนที่ผ่านมาว่าการเจรจากับอิหร่านกำลังดำเนินไปด้วยดี ซึ่งจะเป็นข้อตกลงที่ยิ่งใหญ่สำหรับทุกฝ่าย ขณะที่ฝั่งอิหร่าน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าววานนี้ว่าอิหร่านและสหรัฐฯได้ข้อสรุปในประเด็นสำคัญส่วนใหญ่ที่อยู่ระหว่างการหารือแล้ว ในทางกลับกัน จากภาพข้างต้นที่นับเป็นแรงกดดันต่อราคาพลังงาน ส่งผลให้เรามองเป็นแรงกดดันต่อหุ้นในกลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น

  • หวังเม็ดเงินที่กำลังจะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ: คาดอีกแรงหนุนมาจากภาพความคึกคักของการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 (คนละครึ่งพลัสเฟส 2) ที่ทำสถิติใหม่ด้วยยอดผู้ใช้งานสูงสุดถึง 7 แสนราย/วินาที สูงกว่าโครงการคนละครึ่งพลัสที่เคยทำสถิติไว้ที่ 3 แสนราย/วินาที และจากการลงทะเบียนในวันแรกพบว่ามีประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิแล้วประมาณ 24 ล้านสิทธิ ซึ่งภาพข้างต้นส่งผลให้มีความหวังต่อเม็ดเงินที่กำลังจะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในระยะอันใกล้นี้ จึงมองเป็นแรงหนุนต่อหุ้นในกลุ่ม Domestic ด้านหุ้นที่อยู่ในกลุ่มส่งออกสินค้าที่ขยายตัวได้ดีในเดือนพ.ย.69 (ยกเว้นอิเล็กฯ) และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกและนำเข้า (นิคมฯและสาธารณูปโภก) เรามองเป็นอีกกลุ่มที่น่าสนใจตามการเผยตัวเลขการค้าไทยวานนี้

  • ETRON ร้อนแรง กังวลติด CB เพิ่ม: มองทางขึ้นจำกัด จากที่ตลท. ประกาศให้ CCET เข้าเกณฑ์ Trading Alert List ประจำวันที่ 25 พ.ค.69 หลังมีราคาและปริมาณการซื้อขายเปลี่ยนแปลงไปมากจากช่วงก่อนหน้า และอยู่ระหว่างบริษัทชี้แจงข้อมูล พร้อมทั้งให้ CCET เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขายระดับ 1 ห้ามคำวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค.-15 มิ.ย.69 ซึ่งภาพข้างต้นนำมาสู่ความกังวลว่าหุ้นในกลุ่มอิเล็กฯตัวอื่นๆ โดยเฉพาะ DELTA อาจเผชิญกับสถานการณ์เดียวกันดังนั้นในวันนี้จึงมีแนวโน้มเห็นการลดสถานะเสี่ยงในกลุ่มข้างต้น

+ ปัจจัยเพิ่มเติม –

(+) TPSO เผยส่งออกไทยเดือนเม.ย.69 ขยายตัว 23.1% y-y โดยสินค้าที่ขยายตัวได้ดี อาทิ ไก่แปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง รถยนต์และส่วนประกอบ เป็นต้น ขณะที่ฝั่งนำเข้าพบว่าการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปขยายตัว 38.7% y-y ส่วนสินค้าทุนขยายตัว 32.8% y-y นับเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการลงทุน

(+) ก.ล.ต.เผยอยู่ระหว่างเดินหน้ามาตรการสำคัญเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้ตลาดทุนไทย ทั้งในด้านการระดมทุนผ่านตลาด IPO และการผลักดัน TISA

(+) สศช.แถลงภาวะสังคมไทย 1Q69 พบว่าการจ้างงานมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น โดยผู้มีงานทำอยู่ที่ 41.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4.6% y-y เป็นผลจากการจ้างงานภาคเกษตรกรรมที่กลับมาขยายตัว ขณะที่นอกภาคเกษตรกรรมขยายตัวต่อเนื่อง

(+) ส.อ.ท.เผยยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนเม.ย.69 ที่ 48,394 คัน เพิ่มขึ้น 2.54% y-y ปัจจัยสำคัญจากการส่งมอบ EV ที่มียอดจองจำนวนมากจากมอเตอร์โชว์ และจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาสนใจ EV มากขึ้น

Picks of the day

GPSC BUY

  • เป้าหมาย 43.00 / 44.50 แนวรับ 40.50 / 41.25
  • ปัจจัยภายนอกหนุน: คาดระยะสั้นได้แรงหนุนจากปัจจัยภายนอก จากแนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลง จากภาวะสงครามที่เริ่มผ่อนคลายลงและมีโอกาสที่จะมีการเปิดช่องแคบ Hormuz และมีการขนส่งก๊าซธรรมชาติได้ตามปกติ ซึ่งช่วยลดความกังวลด้านต้นทุนเชื้อเพลิงของบริษัทในช่วงที่เหลือของปี
  • เพิ่มกำลังการผลิตต่อเนื่อง : GPSC มีการเพิ่มกำลังการผลิตต่อเนื่อง ระยะยาวตั้งเป้าปี 2030 จะมีกำลังการผลิต 13,666 MW หรือประมาณ 1 เท่า เมื่อเทียบกับ ณ 1Q69 ที่ 7,336 MW โดยจะเน้นที่การเติบโตของโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด หรือ Renewable Energy ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนกำลังการผลิตจากพลังงานสะอาดแล้ว 49%
  • หวังเม็ดเงินที่กำลังจะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ: คาดอีกแรงหนุนมาจากภาพความคึกคักของการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 (คนละครึ่งพลัสเฟส 2) ที่ทำสถิติใหม่ด้วยยอดผู้ใช้งานสูงสุดถึง 7 แสนราย/วินาที สูงกว่าโครงการคนละครึ่งพลัสที่เคยทำสถิติไว้ที่ 3 แสนราย/วินาที และจากการลงทะเบียนในวันแรกพบว่ามีประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิแล้วประมาณ 24 ล้านสิทธิ ซึ่งภาพข้างต้นส่งผลให้มีความหวังต่อเม็ดเงินที่กำลังจะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในระยะอันใกล้นี้ จึงมองเป็นแรงหนุนต่อหุ้นในกลุ่ม Domestic ด้านหุ้นที่อยู่ในกลุ่มส่งออกสินค้าที่ขยายตัวได้ดีในเดือนพ.ย.69 (ยกเว้นอิเล็กฯ) และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกและนำเข้า (นิคมฯและสาธารณูปโภก) เรามองเป็นอีกกลุ่มที่น่าสนใจตามการเผยตัวเลขการค้าไทยวานนี้

  • ETRON ร้อนแรง กังวลติด CB เพิ่ม: มองทางขึ้นจำกัด จากที่ตลท. ประกาศให้ CCET เข้าเกณฑ์ Trading Alert List ประจำวันที่ 25 พ.ค.69 หลังมีราคาและปริมาณการซื้อขายเปลี่ยนแปลงไปมากจากช่วงก่อนหน้า และอยู่ระหว่างบริษัทชี้แจงข้อมูล พร้อมทั้งให้ CCET เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขายระดับ 1 ห้ามคำวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค.-15 มิ.ย.69 ซึ่งภาพข้างต้นนำมาสู่ความกังวลว่าหุ้นในกลุ่มอิเล็กฯตัวอื่นๆ โดยเฉพาะ DELTA อาจเผชิญกับสถานการณ์เดียวกันดังนั้นในวันนี้จึงมีแนวโน้มเห็นการลดสถานะเสี่ยงในกลุ่มข้างต้น

WHA BUY

  • เป้าหมาย 5.20 / 5.40 แนวรับ 4.88 / 5.00
  • ยอดขายปีนี้สูงขึ้น y-y: ปัจจุบันเจรจาลูกค้าอยู่หลายกลุ่ม อาทิ Battery EV, Data center, Electronics appliance supply chain ยอดขายยาวไปถึงปี 2570 โดยปีนี้ตั้งเป้ายอดขายที่ 2,500 ไร่ เทียบเป็นมูลค่าสูงขึ้นราว 2.25 เท่าจากปีก่อน
  • กำไรปีนี้ All time high: แนวโน้ม 2Q69 ยอดโอนสูงขึ้น q-q จำกนิคมใหม่ WHA-ESIE5 เริ่มโอนได้ตั้งแต่ไตรมาสสอง WHA-ESIE5เฟสแรก 3,400 ไร่ เป็นนิคมหลักที่จะเข้ำมำโอนในปีนี้โดยบริษัทตั้งเป้าโอนที่ดินจำนวนไร่ใกล้เคียงปีก่อน แต่จะมีราคาขายเฉลี่ย/ไร่ ที่สูงขึ้น และด้วยมูล
- Advertisement -