ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ ( รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838 )

พักตัว หุ้นเทคฯ ชะลอความร้อนแรง และข่าวสหรัฐฯ – อิหร่านไม่ชัดเจน

เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นแข็งแกร่งกว่าที่ทีมกลยุทธ์ฯ ประเมินไว้… ดัชนีฯ ปิดบวก 1.13% หนุนโดย i) จิตวิทยาเชิงบวกในหุ้นธีมเอไอ และชิพไฮเทคทั่วโลก ดันหุ้น DELTA (+4.42%) ให้หนุนดัชนีฯ ถึง 14.70 จุด ทั้งนี้ ณ ระดับปิดเมื่อวานนี้ DELTA* มีน้ำหนักถึง 23% ของมาร์เก็ตแคปรวมของ SET Index (เกือบ 1 ใน 4) ii) ฟันด์โฟลว์เข้าตลาดหุ้นไทยยังดูดี หลักๆ ยังเกิดจากปัญหาในตลาดเทียบเคียงอย่างอินโดนีเซีย (วิกฤตค่าเงินรูเปียห์) และฟิลิปปินส์ (การเมืองภายในร้อนแรง)

ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันพฤหัสฯ ชะลอความร้อนแรง น่าจะเทรดไซด์เวย์… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) ประเด็นข่าวเกี่ยวกับสหรัฐฯ – อิหร่าน มีความไม่แน่นอนสูงขึ้น หลังจาก ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ว่าเขายังไม่ถูกใจกับแนวทางสันติภาพที่อิหร่านเสนอมา และชี้ว่าการยกเลิกคว่ำบาตรอิหร่านนั้นไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของดีล ii) หุ้นเทคโนโลยีตัวหลักๆ พักสร้างฐาน หลังแรลลี่มาหลายวันแล้ว… นอกจากนี้ นักลงทุนกำลังติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ เม.ย. ที่จะรายงานในคืนวันนี้ เพื่อหาแนวนโยบายของเฟด

ด้านปัจจัยภายในประเทศ… ยอดลงทะเบียนมาตรการ ‘คนละครึ่งพลัส’ ทรงๆ ตัวแถว 25.5 ล้านสิทธิ (จากทั้งหมด 30 ล้านสิทธิ) ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่น่าพอใจ และน่าจะมีเม็ดเงินใช้จ่ายหมุนเวียนเกิน 1 แสนล้านบาทแล้ว (ใช้จ่ายคนละ 4 พันบาท ช่วง มิ.ย. – ก.ย. 2569) ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยฯ คงมุมมองว่าในระยะถัดไป รัฐบาลจะทยอยออกมาตรการหนุนการลงทุนภาคเอกชน และเร่งขั้นตอนอนุมัติการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDIs)

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน ( สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668 )

ซื้ออ่อนตัว BBL / เก็งกำไร DITTO, STECON

BBL* (เป้าพื้นฐาน 190 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้นฟื้นตัว Sideway up ประเมินแนวรับ 171.5 บาท / แนวต้าน 176.5 – 181 บาท กรณีแกว่งตัวขึ้นผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 190 บาท (Stop loss 168 บาท) 2) ประเมินสินเชื่อภาคธุรกิจจะเริ่มฟื้นตัว จากการเร่งลงทุนภาคเอกชน การลงทุนภาคเอกชนที่เริ่มเร่งตัวขึ้นใน 1Q69 และคาดจะเร่งขึ้นต่อเนื่องใน 1 – 2 ปีนี้ ตามยอดขอ BOI ที่รอปลดล็อค ขณะที่สินเชื่อภาคธุรกิจเป็นจุดเด่นของ BBL* เทียบธนาคารอื่นๆ … คาดสินเชื่อปี 2569 – 70 กลับมาโต 6 – 8% ตามลำดับ 3) Valuation ยังไม่แพง Laggard กลุ่มฯ PBV ต่ำเพียง 0.57 เท่า และ คาด Dividend yield 5.2% ต่อปี

DITTO (เป้า Consensus 16 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้นฟื้นตัวแรง อยู่ระหว่างทดสอบแนวต้าน Trend line หากผ่านได้แนะนำ “เก็งกำไร” / หากไม่ผ่านแนะนำ “ซื้ออ่อนตัว” ประเมินแนวรับ 13.2 บาท / แนวต้าน 14.1 – 14.7 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/-15.5 บาท (Stop loss 12 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากการเตรียมออก Blu Green Token DITTO เตรียมออก Investment Token อ้างอิงคาร์บอนเครดิตที่จะได้จากการปลูกป่าชายเลน 1.7 หมื่นไร่ (10% ของสิทธิที่ DITTO มี) โดยจะเป็น Benchmark ราคาคาร์บอนเครดิตให้กับธุรกิจปลูกป่าชายเลนบนสิทธิกว่า 1.7 แสนไร่ และ Sentiment บวกจากการเร่ง พ.ร.บ. โลกร้อนภายในปีหน้า ขณะที่คาด Backlog ในมือ 5.3 พันล้านบาท คาดผลการดำเนินงานหลักปีนี้ยังโตต่อ +20% YoY 3) Valuation ยังไม่แพง Forward PE 13.3 เท่า Dividend yield 3.8%

STECON* (เป้าพื้นฐาน 16.4 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้นพักในกรอบ Sideway up แนะนำ “ซื้อเก็งกำไรแนวรับ” ประเมินแนวรับ 13.9 บาท และ 13.6 บาท / แนวต้าน 14.6 – 15.0 บาท กรณี Break ผ่านแนวต้านจุดสูงเดิมนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 15.8 บาท (Stop loss 13 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ของไทย เราประเมินการเร่งประมูลงานภาครัฐฯ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้ + การเร่งลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะการลงทุน Data center จะเป็นปัจจัยหนุน Backlog ของ STECON* ใน 1-2 ปีนี้ นอกจากนี้คาดแนวโน้มกำไร 2Q69 จะโตเด่นได้ปันผล GULF* 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE +/-13 เท่า (-0.5 SD)

หุ้นมีข่าว

(+) ‘CLICKX’ เปิดตัวสุดกระหึ่ม! อัดแคมเปญชูฝาก ‘0’ บาท (ข่าวหุ้น) KTB*-AIS-OR* เปิดตัว “CLICKX” ธนาคารไร้สาขา 19 มิ.ย.นี้ ชูธนาคารดิจิทัล ใช้ Big Data-AI ขยายโอกาสการเงินกลุ่ม Underbanked “ผยง ศรีวณิช” เอ็มดี แบงก์กรุงไทย ลั่น! ต้องดัน Financial Inclusion ให้เกิดขึ้นจริง ลดความเหลื่อมล้ำทางการเงิน พร้อมอัดแคมเปญฝากขั้นต่ำ 0 บาท แลกสิทธิประโยชน์ เช่น อินเทอร์เน็ต กาแฟฟรี ส่วนลดค่าน้ำมันเตรียมเปิดจอง “เลขบัญชีเลือกได้” ครั้งแรกในไทย ผ่านเป๋าตัง My AIS และเว็บไซต์ CLICKX เริ่ม 2 มิ.ย.

(+) ทุนยักษ์จีนทุ่ม 6.5 แสนล้าน พุ่งเป้าเมกะโปรเจกต์ AOT* (ข่าวหุ้น) “พิพัฒน์” เปิดเกมดึงทุนยักษ์จีน Powerchina ลุย 7 เมกะโปรเจกต์คมนาคมไทย มูลค่ากว่า 6.5 แสนล้านบาท ไฮไลต์กลุ่มสนามบิน AOT* ทั้งล้านนา-อันดามัน-ดอนเมืองเฟส 3 และส่วนต่อขยายสุวรรณภูมิ ภาครัฐจีนอัดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหนุนลงทุนเต็มสูบ ด้านรัสเซียส่งสัญญาณร่วมวงลงทุนระบบราง-Smart Car Park สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง

(+) BCPG* ดันรายได้ประจำดีด ย้ำลงทุนคลังเพชรบุรีคุ้มค่า (ทันหุ้น) BCP* เผย BCPG* ลงทุนโครงการคลังเพชรบุรี สร้างรายได้ประจำปีละ 900 ล้านบาท กระแสเงินสด 700-800 ล้านบาทต่อปี ชดเชย ADDER ทยอยหมดลง ย้ำมูลค่าลงทุนราว 9 พันล้านบาท คุ้มค่าผ่านการประเมินที่ปรึกษาดีกว่าสร้างใหม่ ส่วนที่เห็นบันทึกสินทรัพย์ที่มีตัวตนที่ 6.49 พันล้านบาท เป็นการแยกรายการบันทึกทางบัญชี แจง IRR ตามแผน 8% จ่อลงทุนโครงการอินฟราสตรัคเจอร์เพิ่ม หวังสัดส่วนอีบิทดาแตะ 50% จากปัจจุบัน 15%

(+) คลังกางแผนใช้เงินกู้ 2 แสนล้าน เร่งโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานไทย (ทันหุ้น) คลังกางแผนใช้เงินกู้ 2 แสนล้าน เร่งเครื่องโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานไทย ตั้งเป้าลดพึ่งพาพลังงานนำเข้า-ลดภาระประชาชน 50% มหาดไทยจับมือกฟภ. และกฟน.เสนอติดตั้งโซลาร์เซลล์บนอาคารภาครัฐ คมนาคมหนุนรถสาธารณะเปลี่ยนเป็นอีวี ขณะที่กรมสรรพสามิตเสนอโครงการประชาชนร่วมเปลี่ยนผ่านพลังงานแทน โครงการรถเก่าแลกรดใหม่

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า

  • GUNKUL* (เป้าพื้นฐาน 3.54 บาท) แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 3.42 บาท)

  • WHA* (เป้าพื้นฐาน 5.4 บาท) แนวรับ 5.0 บาท / แนวต้าน 5.2 – 5.3 บาท (Trailing stop 4.94 บาท)

  • AURA (เป้า Consensus 18.6 บาท) แนวรับ 14.4 บาท / แนวต้าน 15.2 – 15.7 บาท (Stop loss 14.1 บาท)

  • KTB* (เป้าพื้นฐาน 37 บาท) แนวรับ 34.75 บาท / แนวต้าน 36 – 38 บาท (Stop loss 34 บาท)

  • CPN* (เป้าพื้นฐาน 75 บาท) แนวรับ 65 บาท / แนวต้าน 66.5 – 67.5 บาท (Stop loss 64 บาท)

  • MRDIYT (เป้าพื้นฐาน 9.7 บาท) แนวรับ 9.25 บาท / แนวต้าน 9.65 – 9.8 บาท (Stop loss 8.9 บาท)

  • BJC* (เป้า Consensus 16.56 บาท) แนวรับ 14.2 บาท / แนวต้าน 14.6 – 14.8 บาท (Stop loss 13.8 บาท)

  • GULF* (เป้าพื้นฐาน 70 บาท) แนวรับ 61.5 บาท / แนวต้าน 64.25 – 66 บาท (Stop loss 59.75 บาท)

  • MINT* (เป้าพื้นฐาน 28.5 บาท) แนวรับ 21.9 บาท / แนวต้าน 22.5 – 23.0 บาท (Stop loss 21.6 บาท)

Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้

  • GLOBAL* แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 7.4 บาท ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินแนวโน้มกำไร 2Q69 จะโต YoY ต่อเนื่องได้ จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น (ปรับเพิ่ม House brand) และยอดขายได้อานิสงส์รายได้เกษตรกรดีขึ้น อย่างไรก็ดีราคาหุ้นปรับขึ้นจน Upside จำกัด โดยฝ่ายวิจัยฯปรับไปใช้เป้าหมายปีหน้าที่ 7.4 บาท (เดิม 7.1 บาท) แล้ว จึงปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ” (เดิม “ซื้อ”)

  • SPA แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 3.9 บาท ฝ่ายวิจัยฯ ยังคงมุมมองบวกต่อหุ้น SPA จากการฟื้นตัวนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน คาดอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ใน 2Q69 จะยังโต YoY ต่อเนื่อง

  • กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ น้ำหนักลงทุน “น้อยกว่าตลาดฯ” ฝ่ายวิจัยฯประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานของหุ้นในกลุ่มฯจะเติบโตทั้งจากปัจจัยของบริษัทเอง และรวมถึงกระแส AI หนุน Valuation ของราคาหุ้นให้ซื้อขายในระดับที่สูงกว่าปกติ (+2 SD) ฝ่ายวิจัยฯ ยังคงให้น้ำหนักลงทุนในกลุ่มฯ “น้อยกว่าตลาดฯ” และแนะนำ “ขาย” ทั้ง DELTA* HANA* KCE*

หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus

- Advertisement -