บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Electronics Sector: ราคาหุ้นร้อนแรงเกินไปแล้ว (Underweight‧Maintained)
Event
สรุปผลประกอบการ 1Q69 และ อัพเดตแนวโน้มอุตสาหกรรม
Impact
สรุปผลประกอบการ 1Q69: กำไรจากธุรกิจหลักเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ
กำไรจากธุรกิจหลักของบริษัทในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของไทยที่เราศึกษาอยู่ (Delta Electronics (Thailand) (DELTA.BK/DELTA TB*), Hana Microelectronics (HANA.BK/HANA TB*) และ KCE Electronics (KCE.BK/KCE TB)*) ใน 1Q69 อยู่ที่ 9 พันล้านบาท (+67% YoY, +21% QoQ) นำโดย DELTA ซึ่งผลประกอบการออกมาดีเกินคาด เพราะทั้งยอดขาย และ อัตรากำไรขั้นต้นออกมาดีกว่าที่คาดไว้ทั้งคู่ ส่วนผลประกอบการของ KCE เป็นไปตามคาด เพราะอัตรากำไรขั้นต้นที่ออกมาดีเกินคาดช่วยชดเชยยอดขายที่อ่อนแอเกินคาดไปได้บางส่วน ในขณะที่ HANA มีผลขาดทุนจากธุรกิจหลักเพราะอัตรากำไรขั้นต้นต่ำเกินคาดเนื่องจากมีการ write down สินค้าในสต็อก และ ค่าใช้จ่าย SG&A พุ่งสูงขึ้นจากหนี้สงสัยจะสูญ
จะดีขึ้นจากนี้ไป
เป้าในภาพรวมของบริษัทต่าง ๆ ที่ได้จากการประชุมนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เป็นในแนวดีขึ้นจากนี้ไปคล้าย ๆ กัน ซึ่งจะนำโดย DELTA โดย DELTA มองเห็นแนวโน้มคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่ง และ ชัดเจนมาก อย่างน้อยในอีกสามเดือนข้างหน้า (จากการเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยี AI) ซึ่งจะช่วยสนับสนันอัตรากำไรจาก product mix ที่แข็งแกร่ง ส่วน KCE คาดว่าจะบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นด้วยการ i) เจรจาขอปรับราคากับลูกค้า ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีผลในเดือนมิถุนายน 2569 และ ii) คุมต้นทุน สำหรับ HANA คาดว่าผลการดำเนินงานจากธุรกิจหลัก (OSAT และ PCBA) น่าจะแสดงสัญญาณที่ดีขึ้นบ้างในช่วงที่เหลือของปีนี้ ในขณะเดียวกัน อาจจะมีคำสั่งซื้อที่เกี่ยวข้องกับt AI เข้ามา ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทำรายได้ให้บริษัทจาก 2H69 เป็นต้นไป ดังนั้น เราจึงคาดว่าผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ทุกแห่งที่เราศึกษาอยู่จะดีขึ้น QoQ เพราะปัจจัยเฉพาะของแต่ละบริษัท โดยคาดว่ากำไรของ DELTA จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่สุด QoQ เพราะอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ data center
กระแส AI ยังอยู่ แต่ราคาหุ้นเหมือนจะร้อนแรงเกินไปแล้ว
ตามมุมมองของ KGI Taiwan ที่คาดว่าการเพิ่มงบลงทุน (CAPEX) ของ hyperscaler (CSP) จะขับเคลื่อนให้มีการปรับขยายสายโซ่อุปทาน AI หลังจากที่ CSPs ขนาดใหญ่ปรับเพิ่มงบลงทุนอย่างต่อเนื่อง (Figure 3) นอกจากนี้ ทีมวิจัย KGI Taiwan ยังคาดว่าวัฏจักรการลงทุนใน AI รอบนี้ซึ่งผ่านมาสามปีแล้วอาจจะยังไม่ถึงจุดสูงสุดเมื่อเทียบกับวัฏจักรรอบก่อน ๆ ซึ่งได้แก่รอบของ ICT hardware และ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งกินเวลาประมาณ 5 ปีก่อนจะถึงจุดสูงสุด (Figure 5) เรามองว่าภาวะที่เป็นบวกจากกระแสโลกอาจจะช่วยหนุนภาวะตลาดของหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ไทย แม้ว่าระดับของรายได้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ AI จะแตกต่างกันไป นำโดย DELTA (ประมาณ 40%), HANA (ประมาณเลขหลักเดียว ถึงสองหลักในปีหน้า) ในขณะที่ KCE ไม่มีรายได้ส่วนนี้เลย เราคาดว่าราคาหุ้นน่าจะสะท้อนแนวโน้มข้างหน้าไปมากแล้ว โดยมีการให้ premium สูงมาก (PER ของ DELTA อยู่ที่ 120x, ของ HANA อยู่ที่ 37X และ ของ KCE อยู่ที่ 40X) ทั้งนี้ เราได้ทำการวิเคราะห์ sensitivity ของ EPS จากธุรกิจหลักกับราคาหุ้น และ พบว่าราคาหุ้นมี upside จำกัด แม้จะขยับไปใช้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570 แล้วก็ตาม ราคาหุ้นจะยังมี upside หากใช้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570 บน +2.0 S.D. จากค่าเฉลี่ยในอดีต แต่เป็นระดับที่น่าจะสามารถยืนได้
Valuation & action
เรายังคงให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มนี้ที่ “น้อยกว่าตลาด” และ แนะนำ “ขาย” หุ้นทุกตัวในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่เราศึกษาอยู่ โดยเราประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ของ DELTA ที่ 245.0 บาท, ของ HANA ที่ 28.00 บาท และ ของ KCE ที่ 25.00 บาท เรามองว่าแนวโน้มอุตสาหกรรมยังเป็นบวก แต่ราคาหุ้นน่าจะสะท้อนไปมากแล้ว และ ราคาหุ้นในปัจจุบันมี premium แล้ว
Risks
ภัยธรรมชาติ, มีการปิดโรงงานนอกแผน, ลูกค้าเปลี่ยนไปสั่งสินค้าจาก supplier รายอื่น, การจัดส่งล่าช้า, ขาดแคลนวัตถุดิบ และ เงินบาทแข็งค่าขึ้น







