บล.กสิกรไทย: 

กำไรกลุ่ม 1Q69 ดีกว่าคาด มากกว่าที่ต่ำกว่าคาด

สรุปงบ 1Q69 กลุ่มโรงพยาบาล กำไรดีกว่าคาด 5 บริษัท มี CHG เด่นสุด, ต่ำกว่าคาด 1 คือ BCH, KLINIQ ทำกำไรสูงสุดใหม่ กำไรปกติกลุ่มลดลง 4% YoY ถ้าไม่รวม BDMS โต 1%. โดยรวมรายได้กลุ่มโตชะลอ มาร์จิ้นลดลง ขณะที่รายบริษัท BH, CHG, RJH และ KLINIQ เป็นบริษัทที่อัตรากำไรยังเติบโต

ในบรรดา รพ. 8 ที่เราวิเคราะห์ มีกำไรสูงกว่าประมาณ 5 แห่ง, ต่ำกว่าคาด 1 แห่งและตามคาด 2 แห่ง โดย CHG รายงานกำไรสูงกว่าคาดมากที่สุด (+19%) จากรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขณะที่ BCH เป็นรายเดียวที่กำไรต่ำกว่าคาด (-8%) จาก GPM และมีเพียง KLINIQ ที่รายงานกำไรทำสถิติสูงสุดใหม่ โดย KLINIQ และ RJH รายงานการเติบโตเชิง YoY สูงสุดที่ +43% ขณะที่ BCH ลดลงมากที่สุดที่ -18% กำไรปกติของกลุ่ม รพ. (ไม่รวม KLINIQ) ลดลง 4% YoY ขณะที่ไม่รวม BDMS กำไรปกติจะโต 1% YoY

รายได้โตชะลอ ยังมีการกดดันอัตรากำไร

การเติบโตของรายได้ 1% ใน 1Q69 น่าจะเป็นผลจากการเติบโตของรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่ชะลอลง และรายได้ผู้ป่วยไทยที่หดตัวโดยรายได้ผู้ป่วยใน (IPD) ลดลง YoY ส่วนรายได้ผู้ป่วยนอก (OPD) ยังเติบโตแต่ชะลอลงส่วนรายได้จากประกันสังคม (สปส.) เติบโตสูงกว่ารายได้กลุ่มผู้ป่วยเงินสดจากฐานที่ต่ำ ขณะที่อัตรากำไรโดยรวมลดลง แต่ยังคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ได้ดี

แนวโน้มไตรมาส 2/2569 และปี 2569

BDMS และ PR9 ตั้งเป้ารายได้โตอัตราตัวเลขหลักเดียวแบบต่ำปี 2569 ขณะที่ BH คาดการโตดังกล่าวในไตรมาส 2/2569 ซึ่งต่ำกว่าเป้าของ RJH ที่ 10% และ KLINIQ ที่ 20% อย่างมาก ความต้องการจากตะวันออกกลางเริ่มฟื้นตัวหลังช่วงเดือนรอมฎอน แต่รายได้จากผู้ป่วยไทยยังอ่อนแอ อีกทั้งยังมีแรงกดดันจากการเสียรายได้จากกัมพูชา การขยายตัวของอัตรากำไรน่าจะจำกัด แต่การควบคุมต้นทุนและ SG&A ที่เข้มงวดขึ้นน่าจะช่วยลด downside ขงอัตรากำไร

เราคงมุมมองที่เป็นกลางต่อกลุ่ม รพ.

โดย PR9 ยังคงเป็นหุ้นเด่นของเราจากกลยุทธ์การรักษาโรคซับซ้อน เทรด PER ต่ำเป็นประวัติการณ์ และมี upside ต่อเงินปันผล ความเสี่ยงขาขึ้น ได้แก่ การฟื้นตัวของจำนวนผู้ป่วยจากคูเวต กัมพูชา และจีน รวมถึงการบริหารเงินทุน ขณะที่ความเสี่ยงขาลง ได้แก่ เศรษฐกิจที่อ่อนแอกว่าคาด และการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ

- Advertisement -