การเจรจาชะงัก และตลท.คุมเข้ม / 1,550-1,570
คาด SET Index ปรับตัวลง: แรงกดดันจากความกังวลต่อความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการที่ ตลท.ดำเนินมาตรการกำกับดูแลและหุ้นในกลุ่มอิเล็กฯ อย่างต่อเนื่อง หากแต่ยังพอมีแรงพยุงจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ที่เริ่มใช้จ่ายตั้งแต่วานนี้
กลยุทธ์การลงทุน
1) ไทยช่วยไทย: AEONTS, BEM, CENTEL, CPALL, CPAXT, CPN, ERW, KBANK, KTB, KTC, MINT, MOTHER, SCB, TIDLOR, TNP, TRUE
2) Outlook ดีใน 2Q69: AMATA, CRC, GULF, OR, OSP, SPALI, SIRI, STECON, WHA
3) พลังงาน: PTT, PTTEP, SPRC, TOP
4) คาดเข้า SET50/100 เบื้องต้น: BCP₅₀, BTG₅₀, TFG₅₀, NER₁₀₀, PSL₁₀₀, THCOM₁₀₀
-
อิหร่านระงับการเจรจากับสหรัฐฯ: คาดแรงกดดันมาจากความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สะท้อนจากราคาน้ำมันดิบ WTI (Fut.) ที่ปรับตัวขึ้น 5.49% ปิดที่ $92.16 ต่อบาร์เรล และราคา Spot เช้านี้ยังคงอยู่ใกล้เคียงกับระดับ $92 ต่อบาร์เรล ภาพข้างต้นเกิดขึ้นหลังสำนักข่าว Tasnim รายงานว่าอิหร่านได้ระงับการแลกเปลี่ยนข้อความกับสหรัฐฯ ผ่านช่องทางคนกลางไกล่เกลี่ย เพื่อประท้วงการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอน นอกจากนี้ สำนักข่าวข้างต้นยังรายงานว่าอิหร่านและพันธมิตรได้ตกลงที่จะดำเนินมาตรการตอบโต้ ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์และเปิดแนวรบอื่นๆ เพิ่มเติม รวมทั้งบริเวณช่องแคบบับเอลมันเดบ
-
หยุดความร้อนแรงของ ETRON: อีกทั้ง คาด SET Index จะถูกกดดันจากหุ้นในกลุ่มอิเล็กฯ สอดรับกับการที่ตลท.มีการดำเนินมาตรการต่อหุ้นในกลุ่มข้างต้นต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ประกาศให้ HANA เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขายระดับ 1 ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขายและ Cash Balance ตั้งแต่วันที่ 2-19 มิ.ย.69 ซึ่งเป็นหุ้นในกลุ่มอิเล็กฯ ตัวที่ 3 ที่เข้าข่ายมาตรการข้างต้นต่อจาก CCET และ SMT จากภาพข้างต้นยังนับเป็น Sentiment เชิงลบต่อหุ้นในกลุ่มอิเล็กฯ ตัวอื่นๆ โดยเฉพาะ DELTA สอดรับกับในวันที่ 28 พ.ค.69 ที่ตลท.ได้ออกมาเตือนว่าหุ้นข้างต้นยังอยู่ใน Cooling period ซึ่งอาจยกระดับมาตรการได้หากพบสภาพการซื้อขายผิดปกติ อาทิ ราคา ปริมาณ หรืออัตราการหมุนเวียนเปลี่ยนมือที่สะท้อนถึงภาวะการเก็งกำไรสูง โดยไม่มีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุน
-
ไทยช่วยไทยพลัสลงทะเบียนทะลุ 26 ล้านคน: มองทางลงจำกัด โดยคาดแรงพยุงมาจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ซึ่งพบว่ามีผู้ลงทะเบียนสำเร็จ 26.04 ล้านราย และเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วานนี้ ส่งผลให้มีความหวังต่อเม็ดเงินที่จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยหากมีการใช้วงเงินครบตามที่รัฐสนับสนุนตลอด 4 เดือน จะส่งผลให้เกิดเม็ดเงินจากโครงการข้างต้นไม่ต่ำกว่า 1.7 แสนล้านบาท ทั้งนี้ จากสถิติในอดีตยังพบว่าในช่วงที่มีการดำเนินโครงการคนละครึ่ง (6 ครั้งที่ผ่านมา) โดยเฉลี่ยแล้ว SET Index ปรับตัวขึ้น 5.1% ซึ่งสามารถรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก “Trading idea – เตรียมรวยไม่ไหวกับคนละครึ่งพลัส เฟส 2 (7 พ.ค.69)” นอกจากนี้ ติดตามการประชุมครม.วันนี้ หลังกระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอโอนสิทธิบริหารรถไฟฟ้าทุกสายมาเป็นของรฟม. เพื่อผลักดันนโยบายตั๋วร่วม
+ ปัจจัยเพิ่มเติม –
(+) ม.หอการค้าฯประเมินว่าพฤติกรรมการใช้จ่ายช่วงวันวิสาขบูชาปี 2569 ซึ่งตรงกับวันที่ 31 พ.ค. บรรยากาศน่าจะคึกคักกว่าปี 2568 และเงินสะพัดขยายตัวกว่า 5% หรือมีมูลค่าใช้จ่าย 4,000-4,500 พันล้านบาท
(+) GRAB ลดค่าคอมมิชชัน (GP) เหลือเพียง 9% สำหรับร้านที่สมัครเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 กับ GrabFood พร้อมสนับสนุนแคมเปญดันยอดขายและโค้ดส่วนลดให้ร้านอาหารรวมมูลค่าสูงสุด 20,000 บาท/ร้าน
(+) สคร.เผยการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ 7 เดือน (เดือนต.ค.68-เม.ย.69) มีผลการเบิกจ่ายแล้วจำนวน 1.36 แสนล้านบาท ซึ่งสูงกว่าแผนที่วางไว้ สะท้อนถึงการเร่งอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของรัฐวิสาหกิจอย่างต่อเนื่อง
(+) กรมการค้าต่างประเทศเผยการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนเดือนเม.ย.69 มีมูลค่าการส่งออก 121,521 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.4% y-y และการนำเข้า 89,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.5% y-y โดยไทยได้ดุลการค้า 31,896 ล้านบาท
Picks of the day
CPALL (BUY)
-
เป้าหมาย 48.50 / 50.00 แนวรับ 45.50 / 46.50
-
ปัจจัยกดดันหายไป: การประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 พ.ค.69 มีมติ “ไม่เห็นด้วย” ในการย้ายบริษัทย่อย 3 บริษัทไปอยู่ภายใต้ ACMH ทำให้ไม่มีผลกระทบต่อรายได้และผลประกอบการในอนาคต จากประเด็นนี้ทำให้ปัจจัยที่คอยกดดัน CPALL หายไป มองเป็นบวกต่อราคาหุ้น
-
คาดกำไรทั้งปีโตได้ต่อเนื่อง: คาดกำไรปี 2569 เติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากกลยุทธ์การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องอีก 700 แห่ง ควบคู่ไปกับการเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นจากการผลักดันสินค้ากลุ่ม Ready to Eat และเครื่องดื่ม All Cafe ที่มี Margin สูง อีกทั้งช่องทาง O2O (Offline to Online) ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
TIDLOR (BUY)
-
เป้าหมาย 19.00 / 19.80 แนวรับ 17.40 / 17.90
-
กำไร 1Q69 ทำ New high และดีกว่าคาดมาก: TIDLOR มีกำไร 1Q69 1.6 พันลบ. ทำ New high และดีกว่าคาดมากจากการตั้งสำรองต่ำกว่าคาด โดยเพิ่มขึ้น 32.5% y-y จากทั้งรายได้ดอกเบี้ย และรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น และมีการตั้งสำรองลดลง และกำไรยังเพิ่มขึ้น 59.5% q-q ถึงแม้รายได้จะลดลง แต่การตั้งสำรองและค่าใข้จ่ายที่ลดลงทำให้กำไรเพิ่มสูงขึ้น
-
ประกาศจ่ายปันผล และซื้อหุ้นคืน: TIDLOR ประกาศจ่ายปันผลจากผลประกอบการ 1 ม.ค. – 31 มี.ค. 69 0.69 บาท/หุ้น ซึ่งคิดเป็น Div. yield 3.9% โดยจะมีการขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 2 มิ.ย. 69 และจ่ายวันที่ 19 มิ.ย. 69 นอกจากนี้ ยังมีการซื้อหุ้นคืนด้วย โดยมีวงเงินไม่เกิน 2.4 พันลบ. ซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 122.8 ล้านหุ้น ระหว่างวันที่ 28 พ.ค. – 27 พ.ย. 69








