KS Daily View 04.06.2026 >>> รอซื้อเมื่ออ่อนตัว ตะวันออกกลางยังผันผวน/ความเสี่ยงภาษีการค้า/Guidance Broadcom ต่ำคาด กรอบ SET วันนี้ 1,570-1,600 จุด แนะนำ KTC, CPALL
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วันอังคารที่ผ่านมาปิดตลาดที่ 1,570.95 เพิ่มขึ้น19.69 จุด (+1.26%) แรงซื้อเด่นในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, ไฟฟ้า, สื่อสาร โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยสุทธิ 8,597 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index แกว่งในกรอบ 1,570-1,600 จุด แรงกดดันเพิ่มเติมจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังเปราะบาง โดยมีการปะทะกันระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน แต่อย่างไรก็ดีทางอิสราเอลและเลบานอนได้ตกลงที่จะดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิง หากกลุ่ม Hezbollah ยินยอมยุติปฏิบัติการทางทหาร ส่งผลให้ตลาดน้ำมันดิบผันผวน นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องภาษีการค้าเพิ่มเติม โดยสหรัฐฯ เสนอเรียกเก็บภาษีนำเข้าใหม่ในอัตรา 10%-12% ภายใต้มาตรา 301 โดยเน้นในประเทศที่ไม่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับ ซึ่งมาตรานี้ คาดจะถูกนำมาใช้แทนมาตรา 122 ที่เก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก 10% ซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 24ก.ค.นี้ อีกทั้งยังมีประเด็นการเผยแนวโน้มรายได้จากธุรกิจ AI ของ Broadcom ที่ต่ำกว่าคาดเป็นอีกแรงกดต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ดังนั้นโดยสรุปเรายังคงแนะเพิ่มความระมัดระวังบริเวณ SET ใกล้ 1600+/- กลยุทธ์ไม่ไล่ราคา รอย่อซื้อ เน้นหุ้นอิงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ โดยวันนี้เราแนะนำ KTC, CPALL
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- กระทรวงการคลังเผยว่าโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” จะไม่เดินหน้าต่อ เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านการจัดการซากรถและการกำหนดหลักเกณฑ์ในทางปฏิบัติ โดยกรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างออกแบบมาตรการใหม่เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ภายใต้วงเงินแผนพลังงาน 2 แสนล้านบาท ซึ่งอาจมาในรูปแบบลดภาษีสรรพสามิต เงินอุดหนุนโดยตรง หรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ก่อนเปิดรับฟังความเห็นจากผู้ประกอบการและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เป็นบวกต่อกลุ่ม EV Ecosystem และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงกลุ่มสถานีชาร์จและชิ้นส่วนยานยนต์ หากมาตรการใหม่เน้นเงินอุดหนุนหรือสินเชื่อพิเศษ
- ธปท.ประกาศปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมบริการทางการเงิน 19 รายการ ครอบคลุมบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ระบบชำระเงิน และสินเชื่อ SME เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งระบบ โดยหลายบริการดิจิทัลจะลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียม คาดกระทบรายได้รวมของอุตสาหกรรมธนาคารราว 5,000 ล้านบาทต่อปี หรือเพียง 1.5-2% ของกำไรทั้งระบบ พร้อมทยอยบังคับใช้จนแล้วเสร็จภายในเดือน ต.ค. 2569 มองเป็นลบเล็กน้อยต่อกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะธนาคารที่มีสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมสูง แต่ผลกระทบต่อกำไรทั้งระบบจำกัด
- ครม.เห็นชอบงบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.79 ล้านล้านบาท พร้อมเพิ่มงบกลางสำรองกรณีฉุกเฉินและจำเป็น 1 แสนล้านบาท เพื่อรองรับความเสี่ยงจากซูเปอร์เอลนีโญ ภัยแล้ง น้ำท่วม และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โดยเตรียมโอนงบปี 2569 เพิ่มอีกไม่เกิน 1.4 หมื่นล้านบาทเข้าสู่งบกลาง ขณะที่สัดส่วนรายจ่ายประจำเพิ่มขึ้นเป็น 73.6% ของงบทั้งหมด ส่วนงบลงทุนลดลง 8.4% YoY เหลือ 7.89 แสนล้านบาท เป็นบวกต่อกลุ่มบริหารจัดการน้ำและสาธารณูปโภค เช่น EASTW, TTW และหุ้นกลุ่มเครื่องดื่ม (ICHI, CPALL) ขณะที่มีความเสี่ยงต่อกลุ่มเกษตร
- ธปท.เตรียมออกเกณฑ์กำกับบริการ Buy Now Pay Later (BNPL) ภายในเดือน ต.ค. หลังพบการใช้ผ่อนชำระสินค้าไม่จำเป็นมูลค่าต่ำ เช่น ชานมไข่มุกและอาหาร จนส่งผลให้กลุ่ม First Jobbers อายุ 20-35 ปีมีสัดส่วนหนี้เสียสูงถึง 27% โดยเกณฑ์ใหม่จะครอบคลุมผู้ให้บริการทุกประเภท กำหนดอายุขั้นต่ำผู้กู้ คัดกรองประเภทสินค้า กำหนดยอดซื้อขั้นต่ำ และบังคับให้ผู้ใช้กดยินยอม (Opt-in) ก่อนใช้วงเงิน เพื่อป้องกันการก่อหนี้เกินตัวในอนาคต เป็นบวกต่อคุณภาพสินทรัพย์ของกลุ่มธนาคารในระยะยาว จากการลดความเสี่ยงหนี้ครัวเรือน ขณะที่เป็นลบเล็กน้อยต่อผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัลและแพลตฟอร์มBNPL
Daily picks
KTC: ราคาพื้นฐาน 39.00 บาท
- คงเป้าปี 2569 โดยคาดสินเชื่อโต 1-2%, NPL ต่ำกว่า 2% และยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตยังเติบโตดี แม้ราคาน้ำมันผันผวนและมีความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
- คุณภาพสินทรัพย์ยังแข็งแกร่งจากการคุมปล่อยสินเชื่อเข้มงวด พร้อมคาดต้นทุนดอกเบี้ยลดลง หนุน NIM ปี 2569 ขยับขึ้นเป็น 13.15%
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 39 บาท จาก dividend yield สูง 6.1-6.6% เงินสำรองแข็งแกร่ง และฐานะสินทรัพย์ที่มั่นคงท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน
CPALL: ราคาพื้นฐาน 57.20 บาท
- SSSG 1Q69 แข็งแกร่งที่ +1.9% หนุนจากแคมเปญฤดูกาล อากาศร้อน และมูลค่าต่อบิลสูงขึ้น ส่วน SSSG เดือน เม.ย. และ พ.ค. ยังดี ที่ระดับ +2% และ +1% ตามลำดับ ขณะที่ผลกระทบจากกัมพูชายังจำกัด และบริษัทคงเป้ากำไรปี 2569 โต 10% YoY
- เดินหน้าดันสินค้าอาหารพร้อมทานพรีเมียม-สินค้าใหม่ เพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้าและมาร์จิ้น พร้อมได้แรงหนุนจากต้นทุนการเงินลดลงหลังออกหุ้นกู้ดอกเบี้ยต่ำ 1.5 หมื่นลบ.
- ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบมหภาคไปมากแล้ว ปัจจุบันซื้อขายที่ PER 69 เพียง 13.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตค่อนข้างมาก ขณะที่กำไรยังเติบโตสม่ำเสมอ
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
- วันพฤหัส ติดตามผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US คาดที่ 2.11 แสนราย, ยอดค้าปลีก ยูโรโซน เดือน เม.ย. คาดที่ -0.3%MoM
- วันศุกร์ ติดตามดัชนีเงินเฟ้อ CPI ของไทย เดือน พ.ค. คาดที่ +3.1%YoY เร่งขึ้นจาก +2.89% ในเดือน เม.ย., ดัชนีเงินเฟ้อ Core CPI ของไทย เดือน พ.ค. คาดที่ +0.9%YoY จาก +0.83% ในเดือน เม.ย. รวมทั้งเกาะติด การจ้างงานนอกภาคเกษตร US เดือน พ.ค. คาดที่ 8.9 หมื่นตำแหน่ง น้อยกว่าดือน เม.ย. ที่ 1.15 แสนตำแหน่ง,อัตราการว่างงาน US เดือน พ.ค. คาดทรงตัวที่ระดับ 4.3% และGDP 1Q26 ยูโรโซน คาดที่ +0.8%YoY









