ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ ( รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838 )

แกว่งลงต่อ… ปัจจัยต่างประเทศเป็นลบมากขึ้น

เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ตลาดหุ้นไทยปรับลงแรงกว่าที่เราประเมิน… ดัชนีฯ ปิดลบ 0.76% รับแรงกดดันจาก i) หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ปรับลงแรง ตามจิตวิทยาเชิงลบของหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก เนื่องจากนักลงทุนหมุนกลุ่มเล่น ล็อกกำไรหุ้นกลุ่มที่ขึ้นมาแรงและเข้าหุ้นกลุ่ม value แทน ii) นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจากความไม่แน่นอนที่สูงของดีลสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันจันทร์ แกว่งลงต่อ… ปัจจัยการลงทุนวันนี้ ได้แก่ i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ลงแรงเมื่อวันศุกร์ โดยมีปัจจัยกระตุ้นแรงขายได้แก่บอนด์ยีลด์ที่พุ่งแรง ผนวกกับสัญญาเฟดฟันด์ฟิวเจอร์ให้น้ำหนักเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยในปลายปี 2569 และขึ้นอีกครั้งในกลางปี 2570 หลังจากตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร พ.ค. +1.72 แสนตำแหน่ง (consensus คาดเพียง 8.5 หมื่นตำแหน่ง) ii) ข่าวสารในตะวันออกกลางเป็นลบมากขึ้น หลายสื่อรายงานตรงกันว่าการปะทะกันระหว่างฝั่งสหรัฐฯ / อิสราเอล กับฝั่งอิหร่าน / เลบานอน รุนแรงที่สุดนับจากดีลหยุดยิงเกิดขึ้นเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน

ด้านปัจจัยภายในประเทศ… รัฐบาลอยู่ในช่วงปรับเงื่อนไขของผู้ได้รับสิทธิ 4,000 บาท เข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐฯ ภาพรวมฝ่ายวิจัยฯ ยังใช้สมมติฐานเดิมที่ 13.2 ล้านคน ซึ่งเมื่อรวมกับโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ที่มีผู้รับสิทธิ 26.04 ล้านคน เม็ดเงินรวมของมาตรการกระตุ้นการบริโภค จะอยู่ที่ประมาณ 1.57 แสนล้านบาท

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน ( สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668 )

เก็งกำไร SCGP*, BBL*

SCGP* (เป้าพื้นฐาน 28 บาท) 1) ประเมินแนวโน้มราคา Sideway up ลุ้นทำจุดสูงใหม่ ประเมินแนวรับ 25.5 บาท / แนวต้าน 26.25 – 27.0 บาท กรณีแกว่งตัวขึ้นผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 30 บาท (Stop loss 24.6 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไร 2Q69 ฟื้นต่อเนื่อง ประเมินอัตรากำไรจะฟื้นตัวต่อเนื่องจาก 1Q69 จากราคากระดาษในภูมิภาคที่ปรับขึ้น (อุปทานกระดาษทุนต่ำในภูมิภาคจากจีนลดลง) การจัดหากระดาษลูกฟูกเก่าใช้แล้วได้มากขึ้น (เป็นบวกต่ออัตรากำไร) และธุรกิจ Fajar ทยอยฟื้นตัว ขณะที่คาดแนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาคได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางน้อยกว่าคาด 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 20 เท่า (ต่ำกว่า -1SD ที่ 22 เท่า) ขณะที่คาดกำไรปีนี้ฟื้นตัว +37% YoY

BBL* (เป้าพื้นฐาน 190 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้นฟื้นตัว Sideway up ลุ้นทำจุดสูงใหม่ ประเมินแนวรับ 173.5 บาท / แนวต้าน 176.5 – 178 บาท กรณีแกว่งตัวขึ้นผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 181 บาท (Stop loss 171.5 บาท) 2) ประเมินสินเชื่อภาคธุรกิจจะเริ่มฟื้นตัว จากการเร่งลงทุนภาคเอกชน การลงทุนภาคเอกชนที่เริ่มเร่งตัวขึ้นใน 1Q69 และคาดจะเร่งขึ้นต่อเนื่องใน 1 – 2 ปีนี้ ตามยอดขอ BOI ที่รอปลดล็อค ขณะที่สินเชื่อภาคธุรกิจเป็นจุดเด่นของ BBL* เทียบธนาคารอื่นๆ … คาดสินเชื่อปี 2569 – 70 กลับมาโต 6 – 8% ตามลำดับ ขณะที่ประเมินเศรษฐกิจไทยรับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางน้อยกว่าคาด 3) Valuation ยังไม่แพง Laggard กลุ่มฯ PBV ต่ำเพียง 0.58 เท่า และ คาด Dividend yield 5.2% ต่อปี

หุ้นมีข่าว

(+) รัฐอัดฉีด 4 หมื่นล้าน ปูพรมโซลาร์รูฟ (ฐานเศรษฐกิจ) ใช้พ.ร.ก.กู้เงินเปลี่ยนผ่านพลังงาน ลงทุนครั้งเดียวได้ 3 ต่อ เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ-ลดหย่อนภาษี 2 แสน-ขายไฟให้รัฐ พลังงานผนึกคลัง ลุยเปลี่ยนผ่านพลังงาน เล็งจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 3-4 หมื่นล้านบาท ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หนุนประชาชนปูพรมติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป “เอกนัฏ” ชี้เปิดทางครัวเรือน 1 แสนราย ผลิตไฟฟ้าใช้เอง หากเหลือขายไฟฟ้าให้รัฐสร้างรายได้ 2.20 บาทต่อหน่วย แถมได้ลดหย่อนภาษีไม่เกิน 2 แสนบาท

(+) WHA* กลุ่มเทคขั้นสูงขยับ แย้มดีลใหม่ดาต้าใกล้เข้า (ทันหุ้น) WHA* รับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงเข้า สหรัฐ-ไต้หวัน เข้าศึกษาลู่ทาง หลังรัฐบาลหนุนเซมิคอนดักเตอร์ แย้มมีดีลใหม่ดาต้าเซ็นเตอร์ 100-200 ไร่ เข้าไตรมาส 2-3 สัญญาณ FDI หนีอาหรับมุ่งฮ่องกง-อาเซียน เร่งเก็บที่ดิน EEC แตะหมื่นไร่ ส่วนไตรมาส 2/2569 ยอดขายที่ดินยังดีต่อเนื่อง คงเป้าปีนี้ที่ 2,500 ไร่

(+) EA* โชว์กระแสเงินสดกว่า 2 พันล้าน ‘เน็กซ์’ เร่งระบายสต๊อก-ขาย EV หนุนรายได้ปีนี้โต (ข่าวหุ้น) EA* โชว์กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน Q1/69 มากกว่า 2 พันล้านบาท จับตาผลงาน Q2/69 ยังโตจากการทยอยส่งมอบรถ EV หลังจากราคาน้ำมันพุ่งทำยอดสั่งจอง EV กระเตื้อง ด้าน NEX ส่งสัญญาณบวกรายได้ปีนี้โต จากการเร่งทยอยขายรถ EV ในสต๊อก และจำหน่ายสินค้าใหม่ 2 รุ่น กระทุ้งยอดขายช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมเร่งส่งมอบรถเมล์ EV ขสมก. ล็อตแรก 500 คันภายในครึ่งแรกปีหน้า

(+) BAY รุกธุรกิจดาต้าฯ เต็มสูบ ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลอาเซียน (ข่าวหุ้น) แบงก์กรุงศรีฯ (BAY) เร่งขยายบทบาทผู้สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เดินหน้าปล่อยสินเชื่อโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ รับกระแสการเติบโตของ AI และคลาวด์คอมพิวติ้ง พร้อมหนุนไทยก้าวสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลและการลงทุนแห่งใหม่ของภูมิภาค

(+) วันที่ 5 มิ.ย. SCC* แจ้งเสร็จสิ้นการขายหุ้น CAP 14.86% ด้วยมูลค่าการขายที่ได้ 2.49 หมื่นลบ. ผ่านกระดานซื้อขายและ big lot ทำให้เหลือถือเพียง 15.71% และยังคงถูกจัดประเภทอยู่ในเงินลงทุนอื่นๆ (Other investment) โดยจะนำเงินไปคืนหนี้และทุนหมุนเวียนใน Long Son VN (SET) ความเห็นนักวิเคราะห์: เรามองเป็นบวกจากพัฒนาการขาย CAP ได้ตามแผน จากที่ตลาดก่อนหน้านี้กังวลว่าจะขายได้หรือไม่เนื่องจากตลาดหุ้นอินโดลดลง 36% YTD โดยระยะสั้น SCC มีปัจจัยบวกจาก i)การนำเงินที่ไปคืนหนี้ประเมินทุกๆ 5 พันลบ. จะเป็น upside ต่อกำไร 2569 ของตลาดราว 1% ii) petrochemical spread กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งดีลนี้จะเข้างบดุลโดยตรงใน 2Q26 ผ่านกำไรสะสมและเงินสดที่เพิ่มขึ้น (ไม่ผ่าน PL เพราะเคยรับรู้กำไรไปแล้วใน 2Q25 ผ่านการปรับมูลค่าสินทรัพย์จากการเปลี่ยนเป็น other investment จากเดิมที่เป็นเงินลงทุนในบริษัทร่วม)… เรามองว่าประเด็นที่ตลาดเฝ้าดูตอนนี้คือ แนฟทาจะพอผลิตถึงเมื่อไหร่ เพราะช่องแคบฮอร์มุซยังไม่เปิด ทำให้ราคาหุ้น SCC ดูจะขึ้นก็ขึ้นได้ไม่สุด แม้ภาพอุตสาหกรรมปีใครจะดูดี และได้ SCGP* (OP, TP28.00) และ SCGD* มาช่วยสร้างกำไรเพิ่มก็ตาม

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า

  • GUNKUL* (เป้าพื้นฐาน 3.54 บาท) แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 3.8 บาท)

  • STECON* (เป้าพื้นฐาน 16.4 บาท) แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 15.0 บาท)

  • GULF* (เป้าพื้นฐาน 70 บาท) แนวรับ 66 บาท / แนวต้าน 68.5 บาท ผ่านได้แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 63 บาท)

  • DITTO (เป้า Consensus 16 บาท) แนวรับ 13.7 บาท / แนวต้าน 14.6 – 15.4 บาท (Trailing stop 13.3 บาท)

  • KTB* (เป้าพื้นฐาน 37 บาท) แนวรับ 35 บาท / แนวต้าน 36 – 38 บาท (Stop loss 34.5 บาท)

  • CPN* (เป้าพื้นฐาน 75 บาท) แนวรับ 64.25 บาท / แนวต้าน 66.5 – 67.5 บาท (Stop loss 64 บาท)

  • MINT* (เป้าพื้นฐาน 28.5 บาท) แนวรับ 22.5 บาท / แนวต้าน 23.3 – 23.5 บาท (Stop loss 21.9 บาท)

  • BCH* (เป้าพื้นฐาน 11 บาท) แนวรับ 9.4 บาท / แนวต้าน 9.7 – 9.9 บาท (Stop loss 9.25 บาท)

  • ADVICE (เป้า Consensus 7.11 บาท) แนวรับ 6.5 บาท / แนวต้าน 6.8 – 7.0 บาท (Stop loss 6.25 บาท)

  • ADVANC* (เป้าพื้นฐาน 422 บาท) แนวรับ 358 บาท / แนวต้าน 365 – 372 บาท (Stop loss 353 บาท)

  • MRDIYT (เป้าพื้นฐาน 9.7 บาท) แนวรับ 9.0 บาท / แนวต้าน 9.35 – 9.65 บาท (Stop loss 8.6 บาท)

  • WHA* (เป้าพื้นฐาน 5.4 บาท) แนวรับ 4.96 บาท / แนวต้าน 5.1 – 5.2 บาท (Stop loss 4.8 บาท)

  • BGRIM* (เป้าพื้นฐาน 15.3 บาท) แนวรับ 14.2 บาท / แนวต้าน 15.2 – 15.9 บาท (Stop loss 13.6 บาท)

Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้

  • MAGURO แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 21 บาท ฝ่ายวิจัยฯประเมินการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องยังเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของกำไรใน 2Q69 และ 2H69 แม้จะมีปัจจัยลบทั้ง อัตรากำไรที่ลดลง ต้นทุนต่างๆที่สูงขึ้น และอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ยังอ่อนแอ ผลจากปัจจัยลบต่างๆ ฝ่ายวิจัยฯปรับลดประมาณการฯลง และปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 21 บาท (เดิม 25 บาท) ยังคงแนะนำ “ซื้อ”

หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus

- Advertisement -