บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Maguro Group (MAGURO.BK/MAGURO TB)

เตรียมกลับมาเร่งเติบโตใน 2H69F

Event 

ปรับประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายใหม่และแนวโน้ม 2Q69F 

Impact 

เร่งขยายสาขาใน 3Q69F 

MAGURO เปิด 4 สาขาใหม่ใน 2Q69F ทำให้จำนวนสาขารวมเพิ่มเป็น 58 แห่ง โดยที่แผนการขยายสาขาจะเร่งตัวขึ้นใน 3Q69F ด้วยการเปิดสาขาใหม่อย่างน้อย 8 แห่งรวมถึงการเปิดแบรนด์ใหม่ด้วยคือ Kaiten Sushi Ginza Onodera ที่ห้างฯ เซ็นทรัล เวิลด์ ขณะที่ เราคาดว่าสาขาจะเพิ่มเป็น 66 แห่งใน 3Q69F และอยู่ที่ 68-73 แห่งภายในสิ้นปีนี้ ใกล้เคียงเป้าของผู้บริหารปี 2569F ที่ต้องการจะเปิดสาขาใหม่ราว 15-20 แห่ง  

คาดกำไร 2Q69F จะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ 

ในเบื้องต้น เราคาดว่ากำไร 2Q69F จะโตได้ทั้ง YoY และ QoQ หนุนจากการขยายสาขาและการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากร้านที่เปิดไปก่อนหน้าในปีนี้ แม้ SSSG จะยังติดลบเล็กน้อย แต่รายได้รวมยังน่าจะเติบโตแข็งแกร่งจากจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น 29% YoY เป็น 58 แห่ง ด้าน gross margin เราคาดว่าจะดีขึ้น QoQ จากการลดกิจกรรมส่งเสริมการขายลงและสาขาใหม่เริ่มมีรายได้ แม้ margin น่าจะยังต่ำกว่าปีก่อนจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น ขณะเดียวกัน คาดว่าคชจ. SG&A จะยังสูงอยู่จากการเตรียมเปิดสาขาใหม่อีก 8 แห่งใน 3Q69F ดังนั้น เราคาดว่ากำไร 2Q69F จะยังเติบโตเป็นบวก และจะเร่งตัวต่อเนื่องใน 2H69F ทั้ง YoY และ HoH หนุนจากการขยายสาขาดีต่อเนื่องและการรับรู้รายได้จากแบรนด์ใหม่ ๆ  

ปรับลดกำไรปี 2569-70F กดดันจากมาร์จิ้นและต้นทุนขยายสาขาสูงขึ้น 

เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2569-70F ของ MAGURO ลง 16% และ 19% ตามลำดับที่ 165 ล้านบาท (+10% YoY) และ 195 ล้านบาท (+18% YoY) การปรับลดกำไรลงบนสมมติฐาน i) ปรับลดรายได้ลง 3-4% ตาม SSSG ลดลงที่ -3% (จากเดิม -1%) ท่ามกลางอุปสงค์อ่อนแอและการแข่งขันรุนแรงขึ้น ii) ปรับลด gross margin ลงที่ 46.0% (จาก 46.8%) ตามกำไร 1Q69 ที่ต่ำกว่าเราคาด กับต้นทุนวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และคชจ. การเปิดสาขาสูงขึ้น และ iii) ปรับเพิ่มสัดส่วน SG&A/Sales ลงที่ 36.1% (จาก 35.8%) จากแผนขยายสาขาเชิงรุก 15-20 แห่งปีนี้ รวมถึงร้านรูปแบบขนาดใหญ่ที่มีคชจ. ก่อนเปิดดำเนินงานสูงกว่า ดังนั้น เราคาดว่าอัตรากำไรสุทธิ (net margin) ปี 2569F จะลดลงที่ 6.5% จาก 7.5% ปี 2568  

Valuation & action 

ตามประมาณการใหม่ของเราและยังคงอิง PER ที่ 16x ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ลดลงที่ 21 บาท จากเดิม 25.00 บาท แต่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” แม้ margin ที่ลดลงและคชจ. การขยายสาขาเชิงรุกที่สูงขึ้นจะกดดันกำไรระยะสั้นก็ตาม แต่เรายังคงคาดว่าอัตราการเติบโตกำไรเฉลี่ยต่อปี (CAGR ช่วงปี 2569-71F) จะเติบโตแข็งแกร่งราว 18% ทั้งนี้ ราคาหุ้นล่าสุดได้ปรับฐานลงมา 24% แล้วช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเรามองว่าประเด็นความกังวลด้านความขัดแย้งในตะวันออกกลางและกำไร 1Q69 ที่ออกมาต่ำกว่าคาดได้สะท้อนในราคาหุ้นไปมากแล้ว ปัจจุบัน MAGURO ซื้อขายที่ PEG ratio น่าสนใจต่ำเพียง 0.4x ซึ่งต่ำกว่า peers ที่ราว 1.0x  

Risks 

ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ, การแข่งขันรุนแรงและการจับจ่ายใช้สอยผู้บริโภคอ่อนแอกว่าที่คาดไว้

- Advertisement -