บล.ฟินันเซีย ไซรัส: 

SIAM CEMENT (SCC TB)

การขายหุ้น CAP ช่วยปลดล็อกมูลค่า

  • การขายหุ้น CAP จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฐานะการเงินของ SCC ลดต้นทุนทางการเงิน และเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน

  • ส่วนต่างราคา HDPE และ PP ที่ปรับตัวสูงขึ้นกำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนการฟื้นตัวของกำไร แม้โรงงาน ROC และ LSP จะปิดดำเนินการชั่วคราว

  • คาดกำไร 2Q26 ฟื้นตัวต่อเนื่องจากส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่แข็งแกร่ง

ขายหุ้น CAP 14.9% ได้รับเงินสด 2.49 หมื่นล้านบาท

SCC แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า SCGC ได้ทยอยจำหน่ายหุ้นใน PT Chandra Asri Pacific Tbk (CAP) ผ่านตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียเมื่อต้นเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา คิดเป็นสัดส่วน 14.9% รวมเป็นมูลค่าประมาณ 24,900 ล้านบาท ภายหลังการขายหุ้นดังกล่าว สัดส่วนการถือหุ้นใน CAP เหลืออยู่ 15.7% ซึ่งจะยังคงถูกจัดประเภทเป็นเงินลงทุนอื่น (Other investment) กำไรจากการขายหุ้น CAP จะไม่บันทึกในงบกำไรขาดทุน แต่จะถูกบันทึกในส่วนของผู้ถือหุ้น

เดินหน้าลดภาระหนี้เสริมความแข็งแกร่งด้านการเงิน

เรามองว่าธุรกรรมนี้เป็นบวกต่อ SCC และ SCGC เพราะสอดคล้องกับกลยุทธ์ลดภาระหนี้และเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน โดยเงินสดที่ได้รับจากการขายหุ้นจะนำไปใช้คืนเงินกู้บางส่วนและใช้ในโครงการเพิ่มการใช้ก๊าซอีเทนเป็นวัตถุดิบของโรงงาน LSP ในเวียดนาม ทั้งนี้ ณ สิ้น 1Q26 SCC มีหนี้สินสุทธิ 277,446 ล้านบาท มีต้นทุนทางการเงิน 3.1% มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ Adjusted cash EBITDA 4.7 เท่า หากบริษัทนำเงินราวครึ่งหนึ่งไปลดภาระหนี้ ดอกเบี้ยจ่ายจะลดลงได้ 310-370 ล้านบาทต่อปี คิดเป็น upside ต่อประมาณการของเราประมาณ 3% และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ Adjusted cash EBITDA จะลดลงเหลือ 4.5 เท่า เพิ่มความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน

ความเสี่ยงด้านการจัดหาวัตถุดิบสามารถบริหารจัดการได้

ปัจจุบัน SCGC มีวัตถุดิบถึงประมาณเดือน ส.ค. และยังคงจัดหาแนฟทาอย่างต่อเนื่องจากแหล่งอื่นไม่ได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยยังคงผลิตในโรงงาน MOC เพียงแห่งเดียวซึ่งปัจจุบันดำเนินการผลิตเต็ม 100% ส่วนโรงงาน LSP ปิดซ่อมบำรุงตั้งแต่กลางเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ราวปลายปี 2027 ส่วนโรงงาน ROC อยู่ในสถานะ warm shutdown แม้การปิด ROC และ LSP จะทำให้กำลังการผลิตหายไป 55-60% และมีค่าใช้จ่ายคงที่ 400 ล้านบาทต่อเดือน แต่กำไรปกติใน 1Q26 ที่ฟื้นแข็งแกร่งได้พิสูจน์แล้วว่า Product spread ที่สูงใน 1Q26 ทำให้กำไรดีขึ้นได้

แข็งแกร่งพอที่จะฝ่ามรสุมครั้งนี้

ในเดือน เม.ย. HDPE-Naphtha อยู่ที่ USD545/ตัน (+68.2% q-q) PP-Naphtha อยู่ที่ USD420/ตัน (+47.4% q-q) หากยืนระดับนี้ต่อไป แนวโน้มกำไร 2Q26 จะดีขึ้น q-q แม้สงครามสหรัฐ-อิหร่านยังยืดเยื้อและช่องแคบฮอร์มุซยังไม่เปิด แต่ฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง การตัดสินใจที่รวดเร็วและการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ และ Product spread ที่ยังอยู่ในระดับสูง เราเชื่อ SCC จะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยดี

- Advertisement -