บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Moshi Moshi Retail Corporation PCL (MOSHI.BK/MOSHI TB)
พร้อมสำหรับการเติบโต
Event
เริ่มวิเคราะห์หุ้น MOSHI
Impact
เป็นผู้เชี่ยวชาญในตลาดค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์
MOSHI ดำเนินธุรกิจค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์ โดยจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน (Lifestyle Products) ที่มีคุณภาพดี มีความหลากหลาย และมีดีไซน์ทันสมัยด้วยราคาที่เข้าถึงได้ผ่านแบรนด์ “Moshi Moshi” ซึ่งครอบคลุมสินค้ากว่า 13 หมวดหมู่ บริษัทมีความเชี่ยวชาญในตลาดนี้มายาวนานกว่า 10 ปี หลังจากเข้าสู่ตลาดมาตั้งแต่ปี 2559 โดยที่บริษัทมีประวัติการดำเนินงานที่ได้พิสูจน์แล้ว ทั้งในด้านการขยายสาขา ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 207 สาขา ณ สิ้น 2Q69 (จาก 106 สาขา ณ สิ้นปี 2565) รวมถึงความสามารถในการทำกำไรดีขึ้นด้วยอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นที่ 55.7% ในปี 2568 (Figure 13) จาก 55.4% ในปี 2565 แม้ตลาดจะมีทั้งคู่แข่งเดิมและผู้เล่นรายใหม่เข้ามาต่อเนื่อง แต่การเติบโตของจำนวนสาขาและอัตรากำไรขั้นต้นของ MOSHI บางส่วนได้สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งแตกต่างจากคู่แข่งบางราย อย่าง DAISO และ Miniso ที่มีแนวโน้มลดขนาดเครือข่ายสาขาลง
ยังคงขยายสาขาต่อและได้มาร์จิ้นดีขึ้นต่อเนื่อง
เราคาดว่า MOSHI จะสามารถทำกำไรปี 2569-2570 เติบโตได้แข็งแกร่งราว 11% ต่อปี หนุนจากยอดขายเติบโตดี (13% ปี 2569 และ 10% ปี 2570) รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นด้วย (~10bps) จากการขยายสาขาต่อเนื่อง และสัดส่วนยอดขายจากธุรกิจค้าปลีกที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ เรามองว่าเป้าการเปิดสาขาใหม่จะอยู่ราว 20-30 สาขาต่อปีเป็นระดับที่เป็นไปได้ เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง MR. D.I.Y. Holding (Thailand) PCL (MRDIYT.BK/ MRDIYT TB) ซึ่งมีสาขารวม 1,129 สาขา ณ สิ้น 2Q69 อีกทั้งตลาดยังมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จากมีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของผู้เชี่ยวชาญระดับโลกที่คาดว่าตลาดร้านค้าปลีกแบบ Chain Store ในกลุ่มสินค้าตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ราว 15% ช่วงปี 2567-2572F
Valuation & action
เราใช้ PER ที่ 18.5x สำหรับ MOSHI (สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตของ global peers +0.5 S.D.) โดยให้ premium เมื่อเทียบกับ Dohome (DOHOME.BK/DOHOME TB)* ใช้ PER ที่ 17.0x, Siam Global House (GLOBAL.BK/GLOBAL TB)* ที่ 18.0x และ Home Product Center (HMPRO.BK/HMPRO TB)* ที่ 16.0x แต่ยังให้ discount เล็กน้อยเมื่อเทียบกับ MRDIYT การที่เราให้ premium ดังกล่าวสะท้อนถึง i) ประวัติการดำเนินงานที่พิสูจน์แล้วถึงความเชี่ยวชาญของบริษัท ซึ่งช่วยหนุนจากความสำเร็จในการขยายสาขาและได้ margin ดีขึ้นต่อเนื่อง ii) แนวโน้มกำไรเติบโตโดดเด่นกับความสามารถในการทำกำไรสูง และ iii) งบดุลแข็งแกร่งด้วยสถานะเงินสดสุทธิ (Net Cash) ส่วนที่ MRDIYT เราให้ discount สะท้อนถึงความเสี่ยงที่สินค้าไลฟ์สไตล์อาจผันผวนและได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอมากกว่า จากสมมติฐานดังกล่าว เราได้ราคาเป้าหมาย 1H70 ที่ 44.00 บาท ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ”
Risks
เศรษฐกิจชะลอตัว การขยายสาขาใหม่ได้ช้ากว่าแผนที่วางไว้, ภัยพิบัติธรรมชาติ สต๊อกสินค้าสูงเกินไป การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและความนิยมของผู้บริโภค และความเสี่ยงจากเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้







