บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Bangkok Bank (BBL.BK/BBL TB)*
อ่อนตัวลงแต่ยังไม่หมดศักยภาพ
Event
อัปเดตแนวโน้มธุรกิจ
Impact
ราคาหุ้น Bank of Permata ที่ลดลงไม่กระทบการดำเนินงานของ BBL
จากการที่ตลาดทุนอินโดนีเซียได้ปรับตัวลดลงมากถึง 38% YTD และราคาหุ้นของ Permata Bank ก็ดิ่งลงราว 47% ในช่วงเวลาเดียวกัน ได้ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อ BBL ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น 98% ใน Permata Bank แต่อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะทางบัญชี มูลค่าเงินลงทุนและการดำเนินงานของ BBL เพราะเงินลงทุนใน Bank of Permata ถูกบันทึกด้วยวิธีราคาทุนที่มีมูลค่าราว 1.05 แสนล้านบาท ตราบใดที่มูลค่าตลาด (market value) หรือมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (market capitalization) ของ Permata Bank ยังคงสูงกว่ามูลค่าเงินลงทุนดังกล่าว BBL ก็จะยังไม่จำเป็นต้องบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนนี้ ทั้งนี้ มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของ Permata Bank ในปัจจุบันอยู่ที่ราว 1.87 แสนล้านบาท
ผลขาดทุนจากค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่ายังบริหารจัดการได้
การที่ค่าเงินรูเปียห์อินโดนีเซียอ่อนค่าอาจก่อให้เกิดผลขาดทุนจากการแปลงค่างบการเงินของ Bank of Permata จากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินรูเปียห์ในรูปของกำไรหรือขาดทุนจากการแปลงค่างบการเงินผ่านส่วนของผู้ถือหุ้น ขณะที่ ความกังวลต่อเศรษฐกิจอินโดนีเซียที่ชะลอตัวและการปรับฐานของตลาดทุนส่งผลให้ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินบาทราว 6.7% QTD และ 4.1% YTD ซึ่งสถานการณ์นี้คาดว่าจะเกิดผลขาดทุนจากค่าเงินเข้ามาในส่วนผู้ถือหุ้น BBL ใน 2Q69 ทั้งนี้ค่าเงินรูเปียห์จะอ่อนค่าลงต่อเนื่องหลายปีที่ผ่านมา BBL ก็สามารถบริหารจัดการและชดเชยผลกระทบจากการขาดทุนดังกล่าวได้ผ่านการบันทึกกำไรหรือขาดทุนจากพอร์ตเงินลงทุน ด้วยเหตุที่ภาวะตลาดทุนในประเทศไทยฟื้นตัวแข็งแกร่ง เราเชื่อว่า BBL มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการบริหารจัดการผลขาดทุนจากการแปลงค่างบการเงินดังกล่าว ทั้งนี้เราได้คาดการณ์ผลขาดทุนสุทธิจากรายการค่าเงิน กับรายการกำไรเงินลงทุนเป็นขาดทุนสุทธิประมาณ 5 พันล้านบาท ในส่วนผู้หุ้นปี 2569
คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2569F ที่ 190 บาท
มุมมองเชิงบวกของเราต่อ BBL สะท้อนถึงโมเมนตัมเชิงบวกจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคภายในประเทศที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ซึ่งน่าจะช่วยหนุนนธุรกิจสินเชื่อของธนาคาร (รายได้จากธุรกิจสินเชื่อคิดเป็นราว 75-80% ของรายได้รวมทั้งหมดของ BBL) นอกจากนี้ คาดว่างบประมาณการลงทุนภาครัฐที่จะเริ่มเบิกจ่ายได้ในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้าจะช่วยหนุนให้สินเชื่อของธนาคารเติบโตขึ้น ขณะนี้ เรายังคงประมาณการกำไรไว้เช่นเดิม บนสมมติฐานของ i) สินเชื่อปี 2569F-70F เติบโตที่ 6% และ 8% YoY ตามลำดับ ii) รายได้ค่าธรรมเนียม (fee income) ปี 2569F-70F เติบโต 7% และ 6% YoY ตามลำดับและ iii) Credit cost ปี 2569F-70F อยู่ที่ 1.2% และ 1.1% ตามลำดับ ทั้งนี้ บนสมมติฐาน PBV ที่ 0.6x เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” BBL ราคาเป้าหมายปี 2569F ที่ 190 บาท
Risks
NPLs เพิ่มขึ้นและ credit cost เพิ่มขึ้น,ผลกำไรขาดทุนผันผวนและผลกำไร/ขาดทุน FVTPL จากการลงทุน








